เฉลยแล้ว!! ใครคือชาติแรกที่ผลิต "ไมโครเวฟ" หนัก 300 กิโลฯ ซึ่งไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอาหาร

เฉลยแล้ว!! ใครคือชาติแรกที่ผลิต "ไมโครเวฟ" หนัก 300 กิโลฯ ซึ่งไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอาหาร

เฉลยแล้ว!! ใครคือชาติแรกที่ผลิต "ไมโครเวฟ" หนัก 300 กิโลฯ ซึ่งไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอาหาร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้หรือไม่? "ไมโครเวฟ" ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำอาหาร แต่เกิดจากความบังเอิญของ "เรดาร์ทหาร" (กำเนิดจากช็อกโกแลตแท่งเดียว)

เชื่อว่าทุกบ้านต้องมี "เตาอบไมโครเวฟ" ติดครัวไว้ใช่ไหมคะ? เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมที่ช่วยอุ่นอาหารให้ร้อนพร้อมทานในไม่กี่นาที ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกที่แม่บ้านยุคใหม่ขาดไม่ได้เลย แต่เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่า ต้นกำเนิดของมันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจจะสร้างเตาอบเลย แต่มันเกิดจาก "ความบังเอิญ" ในค่ายทหารล้วนๆ!

วันนี้ Sanook Campus จะพาไปย้อนรอยประวัติศาสตร์สุดทึ่ง ว่าไมโครเวฟที่เราใช้กันทุกวันนี้ มีที่มาจากประเทศอะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร (บอกเลยว่าพีคมาก!)

ผู้ให้กำเนิดคือ "สหรัฐอเมริกา" จากความผิดพลาดที่แสนอร่อย

ประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของเตาอบไมโครเวฟคือ สหรัฐอเมริกา ค่ะ เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1945 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยวิศวกรชื่อ เพอร์ซี สเปนเซอร์ (Percy Spencer) จากบริษัท Raytheon ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการวิจัยระบบ "เรดาร์" เพื่อใช้ในการทหาร

ในขณะที่เขากำลังยืนอยู่ใกล้ๆ เครื่องส่งสัญญาณเรดาร์ (ที่มีตัวกำเนิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเรียกว่า Magnetron) จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรเหนียวๆ ละลายอยู่ในกระเป๋าเสื้อ... พอลวงออกมาดูถึงกับงง เพราะมันคือ "ช็อกโกแลตแท่ง" ที่เขาพกไว้กินเล่น แต่มันดันละลายเหลวเป๋ว ทั้งที่เขาไม่ได้ยืนใกล้ความร้อนเลย!

จากการทดลองสู่ "ระเบิดไข่"

ด้วยความสงสัยเยี่ยงนักวิทยาศาสตร์ สเปนเซอร์เลยเอะใจว่า "หรือคลื่นจากเรดาร์จะทำให้ของร้อนขึ้นได้?" เขาเลยเริ่มทดลองเอาอย่างอื่นมาวางหน้าเครื่องปล่อยคลื่นดูบ้าง:

  • การทดลองที่ 1: เมล็ดข้าวโพด -> ผลคือ มันแตกตัวกลายเป็น "ป๊อปคอร์น" กระจายเต็มพื้น!
  • การทดลองที่ 2: ไข่ไก่ -> ผลคือ ไข่ร้อนจัดจนเกิดแรงดันและ "ระเบิด" ใส่หน้าเพื่อนร่วมงานที่มุงดูอยู่เต็มๆ (อุ๊ย!)

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามั่นใจว่า คลื่นไมโครเวฟสามารถทำให้อาหารสุกได้ จึงรีบจดสิทธิบัตรทันที

ไมโครเวฟเครื่องแรกของโลก: ใหญ่เท่าตู้เย็น หนัก 300 กิโล!

ในปี 1947 บริษัท Raytheon ได้เปิดตัวเตาอบไมโครเวฟเครื่องแรกของโลก ชื่อว่า "Radarange" (ชื่อเท่มาก) แต่สภาพมันต่างจากที่เราใช้ตอนนี้ลิบลับค่ะ เพราะมัน:

  • สูงเกือบ 1.8 เมตร (สูงกว่าคนอีก)
  • หนักถึง 340 กิโลกรัม
  • ต้องใช้น้ำหล่อเย็นตลอดเวลา
  • ราคาขายตอนนั้นอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยสมัยนี้ก็หลายแสนบาท!)

ด้วยขนาดและราคาที่มหาโหด ช่วงแรกๆ จึงมีแค่โรงพยาบาล หรือร้านอาหารใหญ่ๆ เท่านั้นที่ซื้อไหว ยังไม่ใช่ของใช้ตามบ้านแต่อย่างใด

จากเตายักษ์ สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน

ต้องรอจนถึงปี 1967 หรืออีก 20 ปีต่อมา เทคโนโลยีถึงถูกพัฒนาให้เครื่องเล็กลง กินไฟน้อยลง จนสามารถวางบนเคาน์เตอร์ครัวได้ และเริ่มวางขายให้คนทั่วไปใช้ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการทำอาหารไปตลอดกาล

แม้ว่าภายหลัง ประเทศญี่ปุ่น (แบรนด์อย่าง Sharp, Panasonic) จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาไมโครเวฟให้ราคาถูกลงและฟังก์ชันดีขึ้นจนฮิตไปทั่วโลก แต่ถ้าถามถึงต้นกำเนิดที่แท้จริง ก็ต้องยกเครดิตให้ "สหรัฐอเมริกา" และ "ช็อกโกแลตแท่งที่ละลายในวันนั้น" ของคุณเพอร์ซี สเปนเซอร์ เขาแหละค่ะ!


ครั้งหน้าที่อุ่นข้าวกล่อง อย่าลืมนึกขอบคุณช็อกโกแลตแท่งนั้นนะคะ ไม่งั้นป่านนี้เราอาจจะต้องก่อเตาถ่านอุ่นแกงกันอยู่ก็ได้ อิอิ


อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ ของ เฉลยแล้ว!! ใครคือชาติแรกที่ผลิต "ไมโครเวฟ" หนัก 300 กิโลฯ ซึ่งไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอาหาร

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล