อัปเดตล่าสุด เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่สีคิ้วดับ 22 เจ็บอย่างน้อย 55 ราย

อัปเดตล่าสุด เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว โคราช ดับ 22 เจ็บอย่างน้อย 55
เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงร่วงหล่นทับ รถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ตู้รถไฟตกรางและเกิดเพลิงไหม้บางส่วน โดย อัปเดตยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค. 2569 เวลา 13.30 น.) มีผู้เสียชีวิต 22 ราย และมีผู้บาดเจ็บ อย่างน้อย 55 ราย (ตัวเลขยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นทางการ)

วินาทีระทึก เครนยักษ์ร่วงทับกลางขบวนโบกี้รถไฟ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 14 มกราคม 2569 ขณะที่รถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าเข้าสู่ช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว บริเวณบ้านถนนคด อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ก่อนที่วัสดุและโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่จากเครนในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะร่วงหล่นลงมาทับตู้โดยสาร ส่งผลให้ขบวนรถไฟตกราง และเกิดเพลิงลุกไหม้ในบางส่วน ทำให้มีผู้โดยสารจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ระดมกู้ภัยช่วยชีวิต ยอดเจ็บ-ตายพุ่ง
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยแพทย์ในพื้นที่ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้าช่วยผู้ติดค้างภายในโบกี้ และลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล โดยมีรายงานว่านำส่งไปยัง โรงพยาบาลสีคิ้ว, โรงพยาบาลปากช่องนานา (อำเภอปากช่อง), โรงพยาบาลเทพรัตน์ (ต.โคกกรวด) และโรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา (อ.เมืองนครราชสีมา) เป็นต้น
จากการตรวจสอบล่าสุดในที่เกิดเหตุ พบความสูญเสีย (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค. 2569 เวลา 12.20 น.) ดังนี้
- ผู้เสียชีวิต: 22 ราย
- ผู้บาดเจ็บ: อย่างน้อย 55 ราย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล และตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความคืบหน้าการช่วยเหลือและการกู้ร่างผู้ติดค้าง
สถานการณ์ล่าสุดและคำแนะนำสำหรับญาติ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ระบุว่าได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด รอบด้าน พร้อมกำชับให้รายงานผลอย่างชัดเจน โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยมีรายงานว่าในขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 มีผู้โดยสารและพนักงาน รวมทั้งสิ้น 195 คน (นับตามผังที่นั่งของขบวนรถ)
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ยังติดอยู่ภายในโบกี้ ต้องหยุดเป็นช่วงๆ เนื่องจากพบความเสี่ยงจากการขยับตัวของเครน/โครงสร้างในพื้นที่ ทำให้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ
สำหรับญาติของผู้โดยสารที่เดินทางมากับขบวนดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและติดตามรายชื่อผู้ประสบเหตุได้ที่โรงพยาบาลที่รับตัวผู้บาดเจ็บ หรือหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงติดตามประกาศจากการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

