"10 จังหวัดยากจนที่สุดในประเทศไทย" : มี 2 จังหวัด "จนเรื้อรัง" มา 15 ปีติดต่อกัน
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1973/9867870/ntn.jpg"10 จังหวัดยากจนที่สุดในประเทศไทย" : มี 2 จังหวัด "จนเรื้อรัง" มา 15 ปีติดต่อกัน

"10 จังหวัดยากจนที่สุดในประเทศไทย" : มี 2 จังหวัด "จนเรื้อรัง" มา 15 ปีติดต่อกัน

แชร์เรื่องนี้

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยข้อมูล จังหวัดคนจนสูงสุดในไทย จากรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ปี 2567

พบว่าจำนวนประชากรยากจนของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ยังแก้ไม่ตก โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่เผชิญความยากจนซ้ำซ้อนมาเป็นเวลานาน

คนจนไทยเพิ่มขึ้น เส้นความยากจนขยับสูง

รายงานระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีประชากรอยู่ใต้เส้นความยากจนคิดเป็นร้อยละ 4.89 ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 3.43 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีสัดส่วนร้อยละ 3.41

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับเส้นความยากจน จากเดิม 3,043 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งเป็นการคำนวณค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในระดับมาตรฐาน

afp__20210330__9732mk__v1__mi

เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดคนจนมากที่สุดในไทย

สศช. เปิดเผยรายชื่อจังหวัดที่มีจำนวนและสัดส่วนคนจนสูงสุด 10 อันดับแรกของประเทศ ได้แก่

  1. แม่ฮ่องสอน
  2. ยะลา
  3. ปัตตานี
  4. นราธิวาส
  5. อุบลราชธานี
  6. สระแก้ว
  7. พัทลุง
  8. ศรีสะเกษ
  9. เชียงราย
  10. ตาก

สัดส่วนคนจนต่อประชากร สูงสุด 10 จังหวัด

เมื่อพิจารณาในแง่สัดส่วนประชากรยากจนต่อจำนวนประชากรทั้งหมด พบว่าแต่ละจังหวัดมีอัตราความยากจนดังนี้

  1. แม่ฮ่องสอน 25.69%
  2. ยะลา 25.41%
  3. ปัตตานี 25.39%
  4. นราธิวาส 21.07%
  5. อุบลราชธานี 20.34%
  6. สระแก้ว 16.00%
  7. พัทลุง 15.74%
  8. ศรีสะเกษ 14.08%
  9. เชียงราย 13.69%
  10. ตาก 13.37%

จนเรื้อรังหลายปี แม่ฮ่องสอน-ปัตตานีติดอันดับยาว

รายงานยังพบว่า 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และตาก มักติดอันดับจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุดอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน

โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนและปัตตานี ที่ประสบปัญหาความยากจนเรื้อรังต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี

afp__20190825__1jr1lv__v1__mi

สภาพัฒน์ชี้ปัญหาใหญ่ ความเจริญกระจุกตัวในเมืองหลวง

สศช. ระบุว่า เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่าภาคเหนือมีสัดส่วนคนจน 5.75% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6.56% และภาคใต้สูงถึง 9.43%

ขณะที่ความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศกลับกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์รวมแรงงานในภาคบริการสมัยใหม่กว่า 25% ครอบคลุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเงิน การแพทย์ และการสื่อสาร รวมถึงเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ชี้ช่องว่างนโยบายรัฐ แก้ปัญหาความจนยังไม่ตรงจุด

สศช. ประเมินว่า มาตรการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำของภาครัฐที่ผ่านมา ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ได้แก่

- มาตรการช่วยเหลือไม่สอดคล้องกับครัวเรือนยากจนที่มีภาระพึ่งพิงสูง ทำให้เข้าถึงบริการจำเป็นได้ยาก
- การออกแบบนโยบายไม่คำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ประชากร และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
- ขาดการประเมินผลกระทบโครงการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- การช่วยเหลือเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพียงการบรรเทาระยะสั้น ขาดการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

สรุปสถานการณ์จังหวัดคนจนสูงสุดในไทย

จังหวัดคนจนสูงสุดในไทย ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน สะท้อนความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก

รายงานของ สศช. ชี้ชัดว่า การแก้ปัญหาความยากจนจำเป็นต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และมุ่งสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว มากกว่าการช่วยเหลือเฉพาะหน้า