กาแฟคั่วอ่อน vs กาแฟคั่วเข้ม แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? เลือกให้ถูกกับกระเพาะตัวเอง

กาแฟคั่วอ่อน vs กาแฟคั่วเข้ม แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? เลือกให้ถูกกับกระเพาะตัวเอง

กาแฟคั่วอ่อน vs กาแฟคั่วเข้ม แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? เลือกให้ถูกกับกระเพาะตัวเอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กาแฟคั่วอ่อน vs กาแฟคั่วเข้ม แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? หมอเตือนเลือกให้เหมาะกับกระเพาะตัวเอง

กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มคู่ใจของคนทำงานยุคใหม่ นอกจากจะช่วยปลุกความสดชื่นแล้ว ยังมีงานวิจัยมากมายยืนยันถึงประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "ระดับการคั่ว" มีผลต่อคุณประโยชน์เหล่านั้นหรือไม่? แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาให้คำตอบแล้วว่า ระหว่างกาแฟคั่วอ่อนและคั่วเข้ม มีข้อดีที่แตกต่างกัน และเหมาะกับสุขภาพคนละแบบ

กาแฟคั่วอ่อน: ราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ

กาแฟคั่วอ่อน ผ่านการคั่วในอุณหภูมิต่ำและเวลาสั้น มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย กลิ่นผลไม้หรือดอกไม้ และคาเฟอีนสูง พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน สูตินารีแพทย์ ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊กว่า กาแฟเป็นเหมือนยาวิเศษสำหรับตับ ช่วยป้องกันไขมันพอกตับและลดความเสี่ยงมะเร็งตับได้ถึง 40% หากดื่มเป็นประจำ โดยพระเอกสำคัญคือสารที่ชื่อว่า "กรดคลอโรจีนิก" (Chlorogenic Acid) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดภาวะดื้ออินซูลิน และกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน

อย่างไรก็ตาม กรดคลอโรจีนิกนั้น "กลัวความร้อน" การคั่วกาแฟโดยใช้เวลานานหรือความร้อนสูงแบบคั่วเข้ม จะทำลายสารชนิดนี้ไปจนเกือบหมด ดังนั้นหากคุณต้องการเน้นประโยชน์เรื่องการชะลอวัย บำรุงตับ และคุมน้ำตาล "กาแฟคั่วอ่อน" คือคำตอบที่ดีที่สุดเพราะยังคงสารอาหารไว้ได้มากที่สุด

กาแฟคั่วเข้ม: มิตรแท้ของคนกระเพาะบาง

กาแฟคั่วเข้ม  คั่วในอุณหภูมิสูง มีรสขมหนักแน่น กลิ่นควันไหม้หอมๆ และคาเฟอีนต่ำลงเนื่องจากความร้อนทำลายคาเฟอีนบางส่วน แม้คั่วอ่อนจะมีสารอาหารเยอะกว่า แต่ก็มีความเป็นกรดสูง ซึ่งอาจกัดกระเพาะและระคายเคืองหลอดอาหารได้ สำหรับคนที่ท้องไส้ไม่ค่อยดี "กาแฟคั่วเข้ม" จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะกระบวนการคั่วด้วยความร้อนสูงจะทำให้เกิดสารชนิดใหม่ที่ชื่อว่า NMP (N-methylpyridinium)

สาร NMP นี้มีคุณสมบัติเด่นคือช่วย ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ลดอาการปวดท้องหรือแสบท้องจากการดื่มกาแฟตอนท้องว่างได้ ดังนั้นใครที่ดื่มกาแฟแล้วรู้สึกมวนท้อง การเปลี่ยนมาดื่มคั่วเข้มอาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้

เลือกแบบไหนดี?

การเลือกดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ดังนี้:

  • สายแข็ง : หากกระเพาะแข็งแรงดี ให้เลือก "คั่วอ่อน" เพื่อรับสารต้านอนุมูลอิสระเต็มๆ ช่วยเรื่องผิวพรรณและการเผาผลาญ
  • สายกระเพาะอ่อนไหว: หากดื่มแล้วแสบท้อง ให้เลือก "คั่วเข้ม" เพื่อลดกรดและถนอมกระเพาะ อย่าฝืนกินคั่วอ่อนเพียงเพราะอยากได้สารอาหาร จนทำให้กระเพาะพัง

อีกหนึ่งทางเลือกคือ กาแฟคั่วกลาง (Medium Roast): กาแฟคั่วกลางคือเมล็ดกาแฟที่คั่วด้วยความร้อนระดับกลางประมาณ 210–220°C ให้รสชาติสมดุล ไม่เปรี้ยวจัดหรือขมเกินไป เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้มกว่าคั่วอ่อน ผิวมีน้ำมันเคลือบบาง ๆ กลิ่นหอมคาราเมลและนัตตี้ บอดี้แน่นขึ้น รสหวานกลมกล่อม ดื่มง่าย ด้วยความที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคั่วอ่อนและคั่วเข้ม กาแฟคั่วกลางจึงเป็นที่นิยมทั่วโลก เหมาะทั้งดื่มดำและทำกาแฟนมหลากหลายเมนู เช่น ลาเต้ คาปูชิโน่ หรือมอคค่า

สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณหมอย้ำเตือนคือ ไม่ว่าจะเลือกคั่วแบบไหน "ห้ามเติมน้ำตาลและครีมเทียม" เด็ดขาด เพราะความหวานและไขมันทรานส์จะก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย จนไปลบล้างประโยชน์ดีๆ ของกาแฟจนหมดสิ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล