เฉลยแล้ว บางคนสูบบุหรี่จัดทำไมไม่เป็น "มะเร็งปอด" วิจัยลึกระดับเซลล์ พบคำตอบอึ้ง!

เฉลยแล้ว บางคนสูบบุหรี่จัดทำไมไม่เป็น "มะเร็งปอด" วิจัยลึกระดับเซลล์ พบคำตอบอึ้ง!

เฉลยแล้ว บางคนสูบบุหรี่จัดทำไมไม่เป็น "มะเร็งปอด" วิจัยลึกระดับเซลล์ พบคำตอบอึ้ง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัยเจาะลึกระดับเซลล์ บางคนสูบบุหรี่จัด ทำไมไม่ป่วย "มะเร็งปอด" แถมบางคนอายุยืนยาว พบคำตอบอึ้ง!

ในชีวิตจริงเรามักเจอเรื่องชวนสงสัย เช่น คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยกลับป่วยเป็นมะเร็งปอด ในขณะที่บางคนสูบจัดวันละ 2 ซองกลับมีอายุยืนถึง 90 ปี เรื่องนี้ทำให้หลายคนคิดว่ามะเร็งปอดเป็นเรื่องของ "ดวง" หรือไม่?

ล่าสุดมีงานวิจัยจาก Albert Einstein College of Medicine ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก Nature Genetics ได้เจาะลึกถึงระดับเซลล์เพื่อไขปริศนานี้ และคำตอบที่ได้ก็น่าทึ่งมาก

ปอดของคุณ "เสื่อมสภาพ" ทุกวัน แม้ไม่สูบบุหรี่

ทีมนักวิจัยได้ทำการตรวจสอบเซลล์เยื่อบุหลอดลม (Bronchial Basal Cells) ของคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย อายุตั้งแต่ 11-86 ปี พบความจริงที่ว่า "การมีชีวิตอยู่คือการสะสมความเสียหาย" แม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน เซลล์ปอดก็จะมีการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติไปตามอายุ

ข้อมูลระบุว่า ในคนไม่สูบบุหรี่ เซลล์ปอดจะมีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 28 จุด เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่มีการสึกหรอตามกาลเวลา ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของร่างกายที่เรียกว่าการกลายพันธุ์ตามวัย

การสูบบุหรี่ = กดปุ่มเร่งความแก่ให้ปอด 3 เท่า!

เมื่อนักวิจัยหันมาตรวจสอบกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ (อายุ 44-81 ปี) พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า การสูบบุหรี่เปรียบเสมือนสารกัดกร่อนพันธุกรรมอย่างรุนแรง เซลล์ปอดของคนสูบบุหรี่มีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 91 จุด

ตัวเลขนี้สูงกว่าคนไม่สูบถึง 3 เท่า! การสูบบุหรี่ทิ้งร่องรอยความเสียหายถาวรไว้ใน DNA (เรียกว่ารหัส SBS4) ซึ่งเป็นเหมือนแผลเป็นที่ฝังลึกอยู่ในพันธุกรรม และเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็ง

การค้นพบสุดอึ้ง! จุดตันของความเสียหายที่ "23 Pack-Years"

สิ่งที่พลิกความเชื่อเดิมๆ คือการค้นพบว่า การกลายพันธุ์ของยีนไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงตลอดไป ในช่วงแรกจำนวนการกลายพันธุ์ในเซลล์ปอดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อคนเราสูบบุหรี่สะสมถึงระดับหนึ่ง หรือประมาณ 23 Pack-Years (เทียบเท่าการสูบวันละ 1 ซอง นาน 23 ปี) กราฟการกลายพันธุ์กลับหยุดนิ่งและเข้าสู่ "ระยะคงที่" (Plateau)

นั่นหมายความว่า คนที่สูบหนักมากๆ (Heavy Smokers) อาจไม่ได้มีการกลายพันธุ์สะสมในเซลล์ปอดมากไปกว่าคนที่สูบในระดับปานกลาง ซึ่งนี่อาจเป็นคำตอบว่าทำไมคนสูบจัดบางคนถึงรอดพ้นจากมะเร็งปอดมาได้

วิธีคิด Pack-Years:

Pack-Years (แพ็ค-ปี) คือ หน่วยวัดปริมาณการสูบบุหรี่สะสม เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะมะเร็งปอด คำนวณโดยนำ จำนวนซองที่สูบต่อวัน คูณด้วย จำนวนปีที่สูบ ซึ่งตัวเลขนี้บ่งบอกถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สูงขึ้น และเป็นเกณฑ์หนึ่งที่แพทย์ใช้พิจารณาแนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย CT Scan ได้

สูตร : (จำนวนซองที่สูบต่อวัน) x (จำนวนปีที่สูบ) = Pack-Years

ตัวอย่าง

  • สูบบุหรี่วันละ 1 ซอง (20 มวน) เป็นเวลา 23 ปี = 1 x 23 = 23 Pack-Years.
  • สูบบุหรี่วันละ 2 ซอง (40 มวน) เป็นเวลา 11.5 ปี = 2 x 11.5 = 23 Pack-Years

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น หรือคนสูบจัดมีพลังพิเศษ?

นักวิทยาศาสตร์อธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้ 2 สาเหตุหลัก คือ

  • เซลล์ที่เสียหายตายไปแล้ว: เซลล์ที่กลายพันธุ์มากเกินไปอาจถูกร่างกายกำจัดทิ้ง หรือตายไปเอง ทำให้เหลือรอดแต่เซลล์ที่แข็งแรง
  • ผู้รอดชีวิตที่ถูกคัดเลือก (Survivor Bias) : คนที่สูบจัดแล้วไม่เป็นมะเร็ง คือ "ผู้โชคดี" ที่ร่างกายมีระบบซ่อมแซม DNA ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทำให้กำจัดสารพิษได้ดีกว่าคนทั่วไป แต่คนโชคดีนั้นมีน้อยมาก
กลุ่มตัวอย่าง อัตราการกลายพันธุ์ของเซลล์ปอด ความเสี่ยง
คนไม่สูบบุหรี่ เพิ่มขึ้นช้าๆ (~28 จุด/ปี) เสื่อมตามวัยธรรมชาติ
คนเริ่มสูบ - สูบปานกลาง พุ่งสูงรวดเร็ว (~91 จุด/ปี) ความเสี่ยงมะเร็งสูงมาก
คนสูบจัด (เกิน 23 ปี) กราฟเริ่มคงที่ (Plateau) รอดได้เพราะพันธุกรรมพิเศษ (ส่วนน้อย)

 

บทสรุป: อย่าเอาชีวิตไปเดิมพันกับ "ยีน"

แม้การวิจัยจะพบ "เพดานการกลายพันธุ์" แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะสูบได้อย่างปลอดภัย เพราะความเสี่ยงสูงสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกที่คุณเริ่มสูบ และในความเป็นจริงมีคนเพียงส่วนน้อยมากที่มี "ยีนต้านทาน" ที่แข็งแกร่งพอจะสูบจัดแล้วรอดชีวิต 

ในงานวิจัยยังพบว่า แม้แต่คนที่สูบไม่เยอะ บางคนกลับมีการกลายพันธุ์สูงมหาศาล เพราะพื้นฐานยีนไม่แข็งแรง ดังนั้นการ "เลิกบุหรี่" จึงยังเป็นวิธีเดียวและวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้อง DNA ของคุณไม่ให้พังทลายก่อนวัยอันควร

การตรวจคัดกรอง “Low-dose Chest CT Scan” เป็นการตรวจหาโรคปอดโดยใช้รังสีในปริมาณต่ำ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคปอด เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานาน, คนใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่, รวมถึงผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับมลพิษหรือสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดโรคทางปอด การตรวจคัดกรองดังกล่าวสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคปอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยให้สามารถตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะทำให้สามารถรับการรักษาได้ทันท่วงที และเพิ่มโอกาสในการรักษาหายหรือควบคุมอาการได้ดีขึ้น

สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การตรวจ Low-dose Chest CT Scan ปีละครั้งจึงเป็นวิธีที่สำคัญในการป้องกันและตรวจจับโรคปอดในระยะเริ่มต้น เพื่อสุขภาพที่ดีและยืดอายุการทำงานของปอดให้ยาวนานยิ่งขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล