ไขปริศนา! ทำไมขวดเบียร์ต้องเป็น "สีน้ำตาล" หรือ "สีเขียว" เฉลยความจริงที่คนชอบดื่มต้องรู้!

ไขปริศนา! ทำไมขวดเบียร์ต้องเป็น "สีน้ำตาล" หรือ "สีเขียว" เฉลยความจริงที่คนชอบดื่มต้องรู้!

ไขปริศนา! ทำไมขวดเบียร์ต้องเป็น "สีน้ำตาล" หรือ "สีเขียว" เฉลยความจริงที่คนชอบดื่มต้องรู้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมขวดเบียร์ต้อง "สีน้ำตาล" หรือ "สีเขียว"? ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่คือสงครามระหว่าง "วิทยาศาสตร์" และ "แสงแดด"

เวลาเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมขวดเบียร์ส่วนใหญ่ถึงมีแค่ "สีน้ำตาล" หรือ "สีเขียว"? ทำไมเราแทบไม่เห็นขวดเบียร์ใสแจ๋วเหมือนขวดน้ำเปล่าเลย?

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของการตลาด หรือเพื่อให้ดูเท่ดูคูล แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังสีขวดเหล่านี้คือเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง เพื่อปกป้อง "รสชาติ" ของเบียร์จากศัตรูตัวฉกาจที่ชื่อว่า "แสงแดด" ครับ

ศัตรูตัวร้ายที่ชื่อว่า "แสง" และปรากฏการณ์เบียร์เหม็น

ก่อนจะไปเรื่องสีขวด ต้องเข้าใจก่อนว่าหัวใจสำคัญของรสชาติเบียร์คือ "ดอกฮอปส์" (Hops) ซึ่งให้ความขมและกลิ่นหอมเฉพาะตัว แต่ดอกฮอปส์มีจุดอ่อนที่สำคัญมาก คือมันแพ้แสงครับ!

ในดอกฮอปส์มีสารที่เรียกว่า Iso-alpha acids เมื่อสารนี้โดนแสงยูวี (UV) จากดวงอาทิตย์ หรือแม้แต่แสงไฟนีออนในตู้แช่ มันจะเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนโครงสร้างกลายเป็นสารใหม่ที่ชื่อว่า MBT (3-methyl-2-butene-1-thiol)

เจ้าสาร MBT นี้มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับ "สเปรย์ป้องกันตัวของตัวสกั๊งค์" (Skunk) เป๊ะๆ! ผลก็คือเบียร์จะเสียรสชาติและมีกลิ่นเหม็นตุๆ หรือที่ฝรั่งเรียกว่าปรากฏการณ์ "Skunking" นั่นเอง และเชื่อไหมครับว่า ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีที่โดนแสง!

ฮีโร่ขวดสีน้ำตาล: เกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 ผู้ผลิตเบียร์ค้นพบว่าเบียร์ในขวดใสเสียเร็วมากเมื่อวางตากแดด พวกเขาจึงทดลองและพบว่า "ขวดแก้วสีน้ำตาล" คือคำตอบ

สีน้ำตาลทำหน้าที่เหมือนแว่นกันแดดชั้นดีที่ช่วยกรองแสงยูวีและแสงสีฟ้าออกไปได้เกือบหมด ทำให้รสชาติเบียร์ยังคงความสดใหม่ได้นานขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมขวดสีน้ำตาลถึงเป็นมาตรฐานหลักของวงการเบียร์มาจนถึงปัจจุบัน

แล้ว "ขวดสีเขียว" มาจากไหน? (ในเมื่อกันแสงสู้สีน้ำตาลไม่ได้)

ถ้าสีน้ำตาลดีที่สุด ทำไมแบรนด์ดังระดับโลกหลายเจ้าถึงใช้สีเขียว? คำตอบอยู่ที่ "ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2" ครับ

ในช่วงสงคราม แก้วสีน้ำตาลขาดแคลนอย่างหนัก ผู้ผลิตเบียร์จึงต้องหาทางออกโดยหันมาใช้ "แก้วสีเขียว" แทน เพื่อให้แตกต่างจากขวดแก้วใสราคาถูก แม้ว่าสีเขียวจะกันแสงได้ไม่ดีเท่าสีน้ำตาล แต่ก็ยังดีกว่าขวดใส

จุดพีคคือ หลังจบสงคราม แบรนด์เบียร์พรีเมียมเหล่านั้นยังคงใช้ขวดสีเขียวต่อไป จนกลายเป็นภาพจำของผู้บริโภคว่า "ขวดเขียว = เบียร์พรีเมียม/เบียร์นำเข้า" ดูหรูหรากว่าขวดน้ำตาลทั่วไป (แม้ในทางวิทยาศาสตร์จะกันแสงได้น้อยกว่าก็ตาม)

*เกร็ดเล็กน้อย: ปัจจุบันผู้ผลิตเบียร์ขวดเขียวมักใช้สารสกัดฮอปส์ที่ปรับปรุงโครงสร้างแล้ว หรือเคลือบสารกันยูวีที่ขวด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องแพ้แสง

ยุคใหม่: ทำไม "กระป๋อง" ถึงอาจจะดีที่สุด?

สังเกตไหมว่าเดี๋ยวนี้ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) หันมาใส่กระป๋องอลูมิเนียมกันเยอะมาก? ไม่ใช่แค่เพราะลดต้นทุนขนส่ง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ "กระป๋อง" คือเกราะที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะแสงไม่สามารถทะลุผ่านโลหะได้เลย 100% แถมยังปิดผนึกอากาศได้ดีกว่าฝาจีบ ทำให้เบียร์ในกระป๋องคงรสชาติ "สด" ได้ดีที่สุดนั่นเอง


ครั้งต่อไปที่หยิบเบียร์ขวดสีน้ำตาลหรือสีเขียวขึ้นมาดื่ม คุณจะรู้แล้วว่า นี่ไม่ใช่แค่ภาชนะใส่น้ำเมา แต่คือผลลัพธ์ของการต่อสู้ยาวนานนับร้อยปีเพื่อปกป้องรสชาติที่ดีที่สุดมาสู่ลิ้นของคุณ!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล