ทนายแฉเอง! 5 ประโยคติดปากที่ "คนโกหก" ชอบพูด จับพิรุธได้ทันทีถ้าได้ยินคำพวกนี้
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
"ทนายความ" ประสบการณ์กว่า 40 ปี เผย 5 ประโยคยอดฮิตที่คนโกหกมักใช้ ชี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องดูภาษากายด้วย
เคยสงสัยไหมว่าคนที่คุยด้วยกำลังพูดความจริงหรือโกหกอยู่? เรื่องนี้คงไม่มีใครเชี่ยวชาญไปกว่า "ทนายความ" ที่ต้องว่าความคดีอาญามานานกว่า 40 ปี อย่าง แดน ค็อกเดลล์ (Dan Cogdell) ล่าสุดเขาได้ออกมาเปิดเผยเทคนิคจับผิดคำโกหกผ่าน TikTok โดยระบุว่าคนทั่วไปมักโกหกเฉลี่ยวันละ 2-3 ครั้ง และนี่คือ 5 วลีเด็ดที่คนโกหกมักหลุดปากออกมาให้เราจับไต๋ได้

1. "เท่าที่จำได้..." (As far as I can recall)
หากคู่สนทนาของคุณเริ่มประโยคด้วยคำว่า "เท่าที่ฉันจำได้นะ..." หรือ "ถ้าจำไม่ผิด..." ให้ระวังไว้เลย เพราะนี่คือสัญญาณของการถ่วงเวลา ทนายค็อกเดลล์ชี้ว่าคนพูดกำลังพยายามทิ้งระยะห่างจากความจริง และใช้เวลาเสี้ยววินาทีนั้นประมวลผลคำพูด เพื่อปรุงแต่งเรื่องราวให้ดูสมเหตุสมผลก่อนจะเล่าให้คุณฟัง
2. "พูดตรงๆ นะ..." / "เอาจริงๆ นะ..." (To be honest)
คำนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง (Red Flag) ที่น่ารำคาญใจที่สุดสำหรับทนาย เพราะมันชวนให้ตั้งคำถามกลับไปทันทีว่า "แล้วที่พูดมาก่อนหน้านี้ ไม่ได้พูดความจริงหรือไง?" การเน้นย้ำว่ากำลังจะพูดความจริง มักเป็นกลไกป้องกันตัวของคนที่กำลังซ่อนอะไรบางอย่างอยู่
3. "ฉันทำตลอด" หรือ "ฉันไม่เคยทำเลย" (I always / I never)
คำยืนยันที่หนักแน่นเกินจริงแบบสุดโต่ง เช่น "ฉันไม่เคยโกหกเลย" หรือ "ฉันทำแบบนี้มาตลอด" มักเป็นเรื่องไม่จริง เพราะในชีวิตจริงน้อยคนนักที่จะทำหรือไม่ทำอะไรแบบ 100% เสมอต้นเสมอปลาย ทนายค็อกเดลล์เรียกประโยคพวกนี้ว่าเป็น "สโลแกนของเรื่องตอแหล" (Tagline of BS) ที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ความชอบธรรมให้ตัวเองเท่านั้น
4. การทวนคำถามซ้ำ (Repeating the question)
ตัวอย่างเช่น เมื่อถูกถามว่า "เมื่อคืนคุณไปไหนมา?" แล้วฝ่ายตรงข้ามตอบกลับว่า "อืม... เมื่อคืนผมไปไหนมางั้นเหรอ?" นี่คือเทคนิคการซื้อเวลาเพื่อคิดคำตอบที่ฟังดูดีที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องระวังนิดนึง เพราะบางครั้งอาการพูดทวนคำถาม (Echolalia) อาจเป็นลักษณะของคนที่มีสมาธิสั้น (ADHD) ได้เช่นกัน ต้องดูบริบทอื่นประกอบด้วย
5. เฉไฉและเบี่ยงประเด็น (Deflect and Evade)
เมื่อถามคำถามตรงๆ แต่ไม่ได้คำตอบ กลับได้คำพูดประชดประชันหรือการโจมตีกลับมาแทน เช่น ถามว่า "เมื่อคืนไปผับมาใช่ไหม?" แล้วโดนสวนกลับว่า "ว่างมากเหรอถึงมาจับผิดกัน?" หรือ "ไม่มีอะไรทำหรือไง?" การตอบโต้ด้วยอารมณ์และการเลี่ยงที่จะตอบ รับประกันได้เลยว่ามีเรื่องปิดบังแน่นอน
สรุป: อย่าดูแค่คำพูด ต้องดูภาษากายด้วย
แม้ 5 ประโยคนี้จะเป็นจุดสังเกตที่ดี แต่ทนายค็อกเดลล์ย้ำว่า "บริบท" คือสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องดูความสนิทสนมและแพทเทิร์นการพูดปกติของคนคนนั้นประกอบด้วย รวมถึงต้องสังเกต ภาษากาย (Nonverbal cues) ควบคู่กันไป จึงจะฟันธงได้อย่างแม่นยำว่าใครคือพิน็อกคิโอตัวจริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี