ชายติดนิสัย "ชอบแคะหู" ความเคยชินที่ดูไม่อันตราย สุดท้ายเป็นต้นเหตุของมะเร็ง

ชายติดนิสัย "ชอบแคะหู" ทำบ่อยๆ ซ้ำๆ หลายปี ความเคยชินที่ดูไม่อันตราย สุดท้ายกลายเป็นต้นเหตุของมะเร็ง
พฤติกรรมที่ทำจนชิน อาจกลายเป็นภัยเงียบที่คาดไม่ถึง ล่าสุดมีกรณีศึกษา ชายวัย 50 ปี ตรวจพบว่าเป็น "มะเร็งหู" ชนิดหายาก โดยสาเหตุหลักมาจากการเสพติดการแคะหูทุกวันนานนับสิบปี แพทย์จึงออกมาเตือนว่า การรบกวนผิวหนังที่บอบบางในรูหูซ้ำๆ อาจกระตุ้นให้เซลล์กลายพันธุ์จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
อุทาหรณ์คนชอบปั่น: แคะเพลินจนโรคร้ายถามหา
จากรายงานข่าวระบุว่า นายโจว (นามสมมติ) ชายวัย 50 ปี มีนิสัยชอบแคะหูเป็นชีวิตจิตใจ หากวันไหนไม่ได้แคะจะรู้สึกไม่สบายตัว เขาทำแบบนี้ติดต่อกันมาเกือบ 10 ปี แม้บางครั้งจะแคะจนเลือดออกซิบๆ เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
จนกระทั่งระยะหลัง เขาเริ่มมีอาการปวดหูซ้าย มีหนองไหล และบางครั้งมีเลือดปนออกมา เมื่อไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดกลับได้รับข่าวร้ายว่า เขาป่วยเป็น "มะเร็งสความัสเซลล์ของรูหู" (Squamous Cell Carcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่พบได้ยาก
ทำไม "การแคะหู" ถึงกลายเป็น "มะเร็ง"?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก จากโรงพยาบาลเกาสง ฉางกิง (Kaohsiung Chang Gung Memorial Hospital) ได้อธิบายว่า แม้มะเร็งรูหูจะพบได้น้อย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติคล้ายกัน คือมีการระคายเคืองเรื้อรัง หรือมีภาวะหูชั้นนอกอักเสบซ้ำซาก
ผิวหนังภายในรูหูนั้นบางและบอบบางมาก หากเราแคะหูบ่อยๆ จนเกิดแผล อักเสบ และร่างกายซ่อมแซมตัวเอง วนเวียนอยู่แบบนี้ (Injury-Inflammation-Repair Loop) จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เซลล์เกิดการแบ่งตัวผิดปกติ หรือเกิดการกลายพันธุ์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด

งานวิจัยยืนยัน: อุปกรณ์แคะยิ่งแข็ง ยิ่งเสี่ยงสูง
ไม่ได้มีเพียงความเห็นจากแพทย์ไต้หวันเท่านั้น ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอกายามะ ประเทศญี่ปุ่น ก็เคยตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Japanese Journal of Head and Neck Cancer โดยระบุว่าพฤติกรรมบางอย่างมีความสัมพันธ์กับมะเร็งรูหูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
งานวิจัยพบว่า การแคะหูเป็นประจำทุกวัน และการใช้อุปกรณ์ที่มีความแข็ง เช่น ไม้แคะหูโลหะ เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงโรคร้ายนี้ เพราะเป็นการสร้างความเสียหายทางกายภาพต่อผิวหนังรูหูโดยตรงและต่อเนื่อง
สัญญาณเตือน "มะเร็งหู" ที่ต้องระวัง
ความน่ากลัวของโรคนี้คือ อาการเริ่มต้นจะคล้ายกับ "หูอักเสบ" ทั่วไป ทำให้หลายคนชะล่าใจ ซื้อยามาหยอดเองจนอาการลุกลาม โดยอาการที่ควรสังเกตและรีบพบแพทย์ทันที ได้แก่:
- ปวดหูเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ
- มีน้ำเหลือง หรือหนองปนเลือดไหลออกจากหู
- การได้ยินลดลง หูอื้อ หรือรู้สึกแน่นในหู
- หากลุกลาม อาจมีอาการหน้าชา เสียงแหบ หรือกลืนลำบาก
หยุดเข้าใจผิด! "ขี้หู" ไม่ใช่ขยะ
แพทย์ย้ำเสมอว่า "ขี้หู" (Earwax) คือเกราะป้องกันตามธรรมชาติ ช่วยยับยั้งเชื้อโรค ดักจับฝุ่นละออง และลดแรงกระแทกจากเสียง โดยปกติร่างกายมีกลไกขับขี้หูออกมาเองผ่านการเคี้ยวอาหารและการพูดคุย
คนส่วนใหญ่ "ไม่จำเป็นต้องแคะหู" เลย ยกเว้นกลุ่มที่มีขี้หูเปียกมาก รูหูแคบ หรือทำงานในที่มีฝุ่นเยอะ ซึ่งควรให้แพทย์เป็นผู้ทำความสะอาดให้ เพื่อความปลอดภัย
แม้การแคะหูจะให้ความรู้สึกฟินชั่วคราว แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงมะเร็งและการติดเชื้อที่ไม่คุ้มค่า การดูแลหูที่ดีที่สุดคือการ "ไม่ไปยุ่งกับมัน" หากไม่มีอาการผิดปกติ การปล่อยให้ธรรมชาติจัดการคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี