ขโมยชีวิต 38 ปี สลับทารกตอน "อาบน้ำ" สาวโรงงานคือลูกเศรษฐี "คุณหนูเก๊" รู้ปุ๊บรีบทำสิ่งนี้!

เปิดใจ "หลิว ฮุ่ย" เหยื่อสลับตัวทารก ถูกขโมยชีวิตเศรษฐี ต้องทำงานโรงงานจนหลังพัง จุดเริ่มต้นโศกนาฏกรรม แค่ถูกพาไป "อาบน้ำ" ชีวิตก็ถูกสลับ
เหมือนละครน้ำเน่าแต่คือเรื่องจริง! แค่ "ไปอาบน้ำ" แต่วาสนาเล่นตลก ชีวิตพลิกผัน 38 ปี สาวโรงงานลำบากฟรี เพิ่งรู้ชาติกำเนิดเศรษฐี ส่วนคนที่ "ใช้ชีวิตแทน" ตัดขาดพ่อแม่แท้ๆ
เมื่อเร็วๆ นี้ โลกออนไลน์ของจีนต่างฮือฮากับข่าวคดี "สลับชีวิตผิดตัว" ของหญิงสาวชื่อ หลิว ฮุ่ย (Liu Hui) ซึ่งกินเวลานานถึง 38 ปี ในเมืองซางชิว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน สิ่งที่ทำให้สังคมจับตามองไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางการแพทย์ร้ายแรง แต่ยังรวมถึงความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด เมื่อความจริงเปิดเผย กลับมีเพียงฝ่ายที่ลำบากเท่านั้นที่ปรากฏตัวต่อสื่อ ส่วนคนที่ "เติบโตมาอย่างร่ำรวย" กลับเลือกที่จะหายตัวไป และปฏิเสธที่จะพบหน้าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของตนเอง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 38 ปีก่อน ณ ห้องคลอดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนาน เด็กน้อยคนหนึ่งลืมตาดูโลกและพ่อแม่ตั้งชื่อให้ว่า "หลิว ฮุ่ย" ทันทีที่คลอด พยาบาลได้อุ้มเด็กไปอาบน้ำ แต่เมื่อนำตัวเด็กกลับมาส่งในวันรุ่งขึ้น ผู้เป็นแม่สังเกตเห็นความผิดปกติทันที เธอมองว่าเสียงร้องและหน้าตาของเด็กไม่เหมือนกับลูกที่เธอเห็นเมื่อวาน
แม่รีบอุ้มลูกไปถามพยาบาลเพื่อความแน่ใจ แต่พยาบาลกลับอธิบายเพียงว่า ทารกแรกเกิดอาจดูเปลี่ยนไปบ้างหลังจากได้กินนมและอาบน้ำสะอาด พร้อมยืนยันหนักแน่นว่านี่คือลูกของครอบครัวเธอแน่นอน ในยุคนั้น เทคโนโลยีการตรวจ DNA ยังไม่แพร่หลาย สองสามีภรรยาจึงจำใจต้องเก็บความสงสัยไว้และเลี้ยงดูเด็กคนนั้นเสมือนลูกในไส้
แต่เมื่อเด็กโตขึ้น ความผิดปกติก็ชัดเจนเรื่อยๆ ทั้งรูปร่างหน้าตาและนิสัยใจคอของลูกสาวไม่มีส่วนไหนเหมือนพ่อแม่เลย จนกระทั่งลูกอายุ 16 ปี ทั้งคู่ตัดสินใจแอบพาลูกไปตรวจ DNA ผลปรากฏว่า "ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด"
เมื่อนำผลตรวจไปแย้งกับโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลกลับปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าไม่มีทางเกิดความผิดพลาด และโทษว่าเป็นความสะเพร่าของครอบครัวที่ไม่ดูแลลูกให้ดี เรื่องราวจึงยืดเยื้อมานานถึง 22 ปี โดยไร้ข้อสรุป
38 ปีที่สูญหาย: จาก "ลูกเศรษฐี" สู่ "สาวโรงงาน" ผู้ยากจน
ในขณะที่คดียังมืดมน หลิว ฮุ่ย ตัวจริง (เด็กที่ถูกอุ้มสลับไป) เติบโตขึ้นในครอบครัวเกษตรกรยากจนในชนบท พ่อแม่บุญธรรมของเธอเป็นชาวนาซื่อๆ ที่ต้องประหยัดอดออมอย่างหนัก แม้แต่เรื่องเจ็บป่วยหรืออาหารการกินก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง
หลิว ฮุ่ย มีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก จนโรงเรียนยกย่องให้เป็นนักเรียนตัวอย่างและจัดรถรับส่งให้ฟรี แต่ความยากจนก็ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ เมื่อเธอได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนต่อโรงเรียนกีฬา เธอดีใจจนนอนไม่หลับ แต่สุดท้ายพ่อแม่บุญธรรมจำต้องสารภาพว่า "ไม่มีเงินส่งเรียน"
หลิว ฮุ่ย ตัดสินใจเก็บจดหมายฉบับนั้นลงหีบ และวันรุ่งขึ้นเธอก็ติดตามคนในหมู่บ้านไปทำงานเป็นสาวโรงงาน เธอเล่าว่ากลางวันต้องทำงานในไลน์ผลิต ส่วนกลางคืนกลับมานอนหมดอาลัยตายอยากในห้องเช่า คิดว่าชีวิตคงจบสิ้นอยู่แค่นี้
ระยะห่างแค่ 20 นาที แต่ใช้เวลาหาเจอถึง 38 ปี
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2024 พ่อแม่แท้ๆ ของหลิว ฮุ่ย ไม่เคยละความพยายามในการตามหาลูก พวกเขาโพสต์ตามหาคนหายบนโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งอาสาสมัครใช้เทคโนโลยีเทียบใบหน้าและพบว่า ลูกสาวที่ตามหาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างออกไปเพียงแค่ 20 นาทีขับรถ เท่านั้น
เมื่อผลตรวจเลือดสดยืนยันว่าเธอคือลูกแท้ๆ การพบหน้ากันครั้งแรกเต็มไปด้วยน้ำตา หลิว ฮุ่ย เพิ่งได้รับรู้ความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า ครอบครัวที่แท้จริงของเธอนั้นมีฐานะดี พ่อแม่ทำธุรกิจและมีบ้านช่องใหญ่โต
แต่ความเป็นจริงตลอด 38 ปีของเธอคือความลำบาก ครอบครัวบุญธรรมยากจน สามีของเธออายุมากกว่า 9 ปีและไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เธอต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูลูกเล็ก 2 คน และพ่อแม่บุญธรรมที่แก่ชรา การทำงานหนักเกินตัวทำให้เธอป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง
อีกด้านของเหรียญ: "ลูกคุณหนูตัวปลอม" ตัดขาดพ่อแม่แท้ๆ
ตรงกันข้ามกับหลิว ฮุ่ย หญิงสาวอีกคนที่ถูกสลับตัวไปเติบโตมาในครอบครัวเศรษฐี ได้เรียนโรงเรียนเอกชน ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม มีชีวิตที่ราบรื่นและชีวิตแต่งงานที่มีความสุข
แต่สิ่งที่ทำให้สังคมโกรธแค้นคือ เมื่อความจริงเปิดเผย เธอคนนั้นกลับปฏิเสธที่จะพบพ่อแม่แท้ๆ (ซึ่งเป็นชาวนายากจน) และตัดการติดต่อทุกช่องทาง โดยให้เหตุผลว่าการปรากฏตัวของหลิว ฮุ่ย จะทำให้ชีวิตปัจจุบันของเธอพังทลายลง
บทสรุปที่ยังไม่ยุติธรรม
ปัจจุบัน หลิว ฮุ่ย ยังคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ทำงานรับจ้างอิสระเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แม้พ่อแม่แท้ๆ จะพยายามช่วยเหลือเรื่องเงิน แต่เธอมักปฏิเสธ เพราะสิ่งที่เธอโหยหาไม่ใช่เงิน แต่คือช่วงเวลา 38 ปีที่หายไป ซึ่งไม่มีสิ่งใดทดแทนได้
ทนายความชื่อดัง หลี่ เซิ่ง ระบุว่าหลักฐานในคดีนี้ชัดเจน และโรงพยาบาลยากที่จะปัดความรับผิดชอบ แต่จนถึงขณะนี้ ทางโรงพยาบาลก็ยังไม่ออกมาขอโทษหรือจ่ายค่าชดเชยอย่างเป็นทางการ
เรื่องราวของหลิว ฮุ่ย สะท้อนให้เห็นว่า "การศึกษาและโอกาส" เปลี่ยนชีวิตคนได้มากเพียงใด เด็กที่มีพรสวรรค์ต้องทิ้งความฝันเพียงเพราะความจน ในขณะที่อีกคนได้รับโอกาสที่ดีกว่าแต่กลับขาดความเห็นอกเห็นใจ นี่คือโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความสะเพร่าเพียงชั่ววูบ แต่บาดแผลนั้นฝังลึกไปตลอดกาล
ความผิดพลาดในห้องคลอดเพียงครั้งเดียว ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของผู้หญิงสองคนให้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงมาเกือบ 4 ทศวรรษ
- พ่อร่ำไห้ บังคับลูกสาวแต่งงาน หนีจากบ้าน 4 ปี เจออีกทีใน "สุสาน" สภาพไม่เหมือนเดิม (มีคลิป)
- เอะใจสามีเร่ง "หย่า" เซ็นปุ๊บรู้ถูกหวย 24 ล้าน แก้เผ็ดฟ้องขอส่วนแบ่ง ศาลตัดสินอึ้งกันหมด!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

