"ติดชานมไข่มุก" นักโภชนาการมีทางออกเพื่อสุขภาพ ไม่ต้องเลิก แต่ให้เลือกแบบนี้!

"ติดชานมไข่มุก" นักโภชนาการมีทางออกเพื่อสุขภาพ ไม่ต้องเลิก แต่ให้เลือกแบบนี้!

"ติดชานมไข่มุก" นักโภชนาการมีทางออกเพื่อสุขภาพ ไม่ต้องเลิก แต่ให้เลือกแบบนี้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักโภชนาการหาวิธีช่วย "คนติดชานม" กลัวอ้วนแต่ไม่อยากเลิกดื่มของโปรด มีเทคนิคตอนสั่ง! 

คุณเป็นหนึ่งใน Chewing Lover หรือคนที่ดื่ม "ชานมไข่มุก" แล้วต้องสั่งเครื่องเคียงท็อปปิ้งแบบจัดเต็มหรือเปล่า? กรณีศึกษาของนางสาวหลิน พนักงานออฟฟิศวัย 29 ปี ที่มักจะสั่งเครื่องดื่มใส่มุกและท็อปปิ้งแบบจัดเต็มเพื่อคลายเครียดหลังเลิกงาน ส่งผลให้น้ำหนักพุ่งพรวดจนต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าจาก L เป็น 2XL ภายในเวลาเพียงปีเดียว และแม้จะใส่ไซส์ใหญ่สุดแล้วเธอก็ยังรู้สึกอึดอัดหลังทานอิ่ม

นักโภชนาการ หวังอิ๋งเสวียน จากโรงพยาบาลไทเป กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ ชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของแคลอรีในเครื่องดื่มชงมือ ไม่ได้อยู่ที่ตัวน้ำเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ท็อปปิ้งที่เพิ่มเข้าไป โดยเฉพาะไข่มุก แป้งหนึบ หรือลอดช่อง ซึ่งทำจากแป้งเป็นหลัก การเพิ่มท็อปปิ้งเพียงอย่างเดียวอาจให้พลังงานสูงถึง 200 แคลอรี หรือเทียบเท่ากับข้าวสวยหนึ่งทัพพีเลยทีเดียว

เช็กก่อนสั่ง! ตารางไฟจราจรแคลอรีเครื่องเคียงชานม

เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นักโภชนาการได้จัดกลุ่มท็อปปิ้งยอดฮิตตามระดับพลังงานออกเป็น 3 สี ดังนี้:

  • โซนสีแดง (พลังงาน > 150 แคลอรี): แป้งหนึบ (Grass Jelly Cake), ไข่มุก, แป้งก้อน, เผือกหนึบ กลุ่มนี้ทำจากแป้งและมีน้ำตาลสูงมาก ควรหลีกเลี่ยง
  • โซนสีเหลือง (พลังงาน 100–150 แคลอรี): ถั่วแดงกวน, เยลลี่อัลมอนด์, เส้นแป้งนุ่ม, พุดดิ้ง กลุ่มนี้ทานได้เป็นครั้งคราว แนะนำให้สั่งคู่กับชาใสไม่ใส่น้ำตาลเพื่อคุมแคลอรี
  • โซนสีเขียว (พลังงาน < 100 แคลอรี): วุ้นชา, วุ้นกบ, เฉาก๊วย, วุ้นว่านหางจระเข้ กลุ่มนี้มีแคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาล

3 เทคนิคการสั่งเครื่องดื่มสำหรับสายเคี้ยวให้สุขภาพดี

หากคุณยังตัดใจจากท็อปปิ้งไม่ได้ นักโภชนาการแนะนำ 3 วิธีที่จะช่วยให้คุณดื่มได้อย่างมีความสุขและลดภาระต่อร่างกาย:

  1. เน้นชาใสและนมสด: หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ที่ผสมไซรัป และหากชอบทานชานม ควรเลือก "ชานมสด" แทนชานมที่ใส่ครีมเทียม เนื่องจากครีมเทียมมีไขมันอิ่มตัวสูงซึ่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
  2. สั่งแบบไม่ใส่น้ำตาล (0% Sugar): เนื่องจากตัวท็อปปิ้งมักจะผ่านการเชื่อมน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อยมาอยู่แล้ว การสั่งน้ำแบบไม่ใส่น้ำตาลเลยจะช่วยให้รสชาติยังคงมีความหวานพอดีและไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป
  3. เลือกไซซ์เล็ก: หากแค่ต้องการเคี้ยวแก้กระหาย การสั่งไซส์เล็กหรือไซส์กลางจะช่วยลดปริมาณแคลอรีโดยรวมได้ดีกว่าการสั่งไซส์ใหญ่พิเศษ




สรุปได้ว่าการดื่มชงมือพร้อมท็อปปิ้งสามารถทำได้หากมีการเลือกอย่างชาญฉลาด การสลับมาใช้ท็อปปิ้งในโซนสีเขียวและลดระดับน้ำตาลลง จะช่วยให้คุณยังคงสนุกกับการเคี้ยวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักและปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล