10 ประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก "เวเนซุเอลา" นั่งแชมป์ท่ามกลางวิกฤต

10 ประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก "เวเนซุเอลา" นั่งแชมป์ท่ามกลางวิกฤต

10 ประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก "เวเนซุเอลา" นั่งแชมป์ท่ามกลางวิกฤต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดขุมทรัพย์ "น้ำมันโลก" 4 ชาติยักษ์ใหญ่คุมเบ็ดเสร็จ "เวเนซุเอลา" นั่งแชมป์ท่ามกลางวิกฤต

แม้กระแสพลังงานสะอาดจะมาแรง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "น้ำมัน" ยังคงเป็นทรัพยากรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยปัจจุบันพลังงานฟอสซิลยังครองสัดส่วนความต้องการพลังงานทั่วโลกถึง 70% ข้อมูลล่าสุดจากรายงานประจำปี 2025 ของกลุ่มโอเปก (OPEC) ได้เปิดเผยตัวเลขปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้ว (Proven oil reserves) ณ สิ้นปี 2024 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าขุมทรัพย์ดำนี้กระจุกตัวอยู่ในมือของไม่กี่ประเทศเท่านั้น

4 ชาติมหาอำนาจ กุมชะตาน้ำมันโลกเกินครึ่ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ เพียงแค่ 4 ประเทศแรกในตาราง ก็ครอบครองปริมาณน้ำมันดิบไปแล้วเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยแชมป์อันดับ 1 ยังคงเป็น เวเนซุเอลา ที่มีปริมาณสำรองมหาศาลถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของเวเนซุเอลานั้นซับซ้อน แม้จะมีน้ำมันเยอะที่สุด แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถส่งออกได้เต็มที่เพราะถูกคว่ำบาตร

Aron Razif

ล่าสุด หลังจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันนี้ และเปิดทางให้บริษัทอเมริกันเข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ทรุดโทรม

รองลงมาคือพี่ใหญ่แห่งตะวันออกกลางอย่าง ซาอุดีอาระเบีย ตามมาด้วย อิหร่าน และ แคนาดา โดยอันดับทั้งหมดมีดังนี้:

10 อันดับประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก

อันดับ ประเทศ ปริมาณสำรอง (พันล้านบาร์เรล)
1 เวเนซุเอลา 303.2
2 ซาอุดีอาระเบีย 267.2
3 อิหร่าน 208.6
4 แคนาดา 163.0
5 อิรัก 145.0
6 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 113.0
7 คูเวต 101.5
8 รัสเซีย 80.0
9 ลิเบีย 48.3
10 สหรัฐอเมริกา 45.0

ตะวันออกกลางยังแกร่ง - แคนาดายืนหนึ่งนอกกลุ่ม OPEC

กลุ่มประเทศ OPEC โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง (ซาอุฯ, อิหร่าน, อิรัก, คูเวต, UAE) ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ได้เปรียบเรื่องต้นทุนการผลิตที่ต่ำและเข้าถึงง่าย ทำให้พวกเขายังคงเป็นซัพพลายเออร์ที่สำคัญที่สุดของโลก

ในขณะที่กลุ่มนอก OPEC แคนาดา โดดเด่นขึ้นมาในอันดับ 4 ด้วยปริมาณสำรองจาก "ทรายน้ำมัน" (Oil sands) แม้จะมีต้นทุนการสกัดที่สูงกว่าและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าน้ำมันดิบปกติ ส่วนมหาอำนาจอย่าง รัสเซีย และ สหรัฐอเมริกา ก็ยังคงติดอยู่ใน Top 10 เช่นกัน แสดงให้เห็นว่าการเมืองโลกและเศรษฐกิจยังคงผูกติดอยู่กับชาติมหาอำนาจด้านพลังงานเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  1. Visual Capitalist
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล