ประวัติ "นิโคลัส มาดูโร" จากคนขับรถเมล์ สู่ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา 13 ปี
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เปิดประวัติ "นิโคลัส มาดูโร" จากคนขับรถเมล์สู่ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ผู้ทำเศรษฐกิจพังพินาศจนคนหนีออกนอกประเทศ 8 ล้านคน
กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนโลกเมื่อกองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการจับกุมตัว นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา โดยขณะนี้เขาถูกคุมขังอยู่ที่ศูนย์กักกันในบรูคลิน เพื่อเตรียมขึ้นศาลในข้อหาร้ายแรงอย่าง "สมคบคิดก่อการร้ายด้วยยาเสพติด" ท่ามกลางความสนใจจากทั่วโลก
- โลกผวาสงครามโลกครั้งที่ 3! ทรัมป์สั่งถล่มเวเนซุเอลา ประกาศ "ปธน.มาดูโร" เกมแล้ว
- ทรัมป์ฮึ่ม! หลังถล่มเวเนซุเอลา ชี้เป้าต่อไปคือ "2 ประเทศนี้" เตือนผู้นำระวังตัวให้ดี
- 10 ประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก "เวเนซุเอลา" นั่งแชมป์ท่ามกลางวิกฤต
รู้จักตัวตนและเส้นทางชีวิตของผู้นำคนนี้ ว่าเขาพาประเทศที่เคยร่ำรวยน้ำมันมาถึงจุดตกต่ำที่สุดได้อย่างไร
JUAN BARRETO / AFP
จากลูกหลานชนชั้นแรงงาน สู่โชเฟอร์รถเมล์
มาดูโร เกิดเมื่อปี 1962 ในครอบครัวชนชั้นแรงงานชานกรุงคารากัส พ่อของเขาเป็นแกนนำสหภาพแรงงาน ซึ่งปลูกฝังอุดมการณ์ให้เขาตั้งแต่เด็ก ในสมัยหนุ่มๆ เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานสภานักเรียน และยึดอาชีพเป็น "คนขับรถเมล์" เป็นเวลานานหลายปี ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่เขามักนำมาใช้หาเสียงเพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดกับชนชั้นรากหญ้า
ทายาททางการเมืองของ "อูโก ชาเวซ"
จุดเปลี่ยนชีวิตของมาดูโรเกิดขึ้นเมื่อเขาไปศึกษาต่อที่คิวบา และเริ่มติดตาม อูโก ชาเวซ อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับในช่วงทศวรรษ 1990 เขาเข้าสู่สภาครั้งแรกในปี 1998 และไต่เต้าทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ทั้งเป็นประธานสภา รัฐมนตรีต่างประเทศ และรองประธานาธิบดี จนกระทั่งชาเวซไว้วางใจให้เป็นทายาททางการเมือง และชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีต่อในปี 2013
WENDYS OLIVO / VENEZUELAN PRESIDENCY / AFP
13 ปีแห่งความล้มเหลว เศรษฐกิจพัง-คนหนีตาย 8 ล้าน
ตลอดระยะเวลาเกือบ 14 ปีที่มาดูโรครองอำนาจ เวเนซุเอลาเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง ประชาชนขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค ส่งผลให้มีชาวเวเนซุเอลาต้องอพยพหนีตายออกนอกประเทศไปแล้วกว่า 8 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2014
เผด็จการเต็มรูปแบบและข้อหาอาชญากร
นอกจากความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ รัฐบาลมาดูโรยังมีชื่อเสียเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง มีการปราบปรามผู้ประท้วงจนเสียชีวิตและถูกจับกุมนับพันคน รวมถึงการโกงการเลือกตั้งในปี 2024 ที่กีดกันคู่แข่งคนสำคัญ จนนำไปสู่การคว่ำบาตรจากนานาชาติ
สหรัฐฯ และชาติตะวันตกกดดันให้เขาลงจากอำนาจมาโดยตลอด โดยในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (วาระแรก) ได้ตั้งข้อหาเขาเรื่องการคอร์รัปชัน และล่าสุดในวาระที่สองนี้ ได้ยกระดับข้อหาหนักถึงขั้นเป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด จนนำไปสู่การจับกุมตัวในที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี