
หากพูดถึงตัวช่วยในการปรับสมดุลลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น โยเกิร์ต คงเป็นเมนูแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง แม้จะเป็นของกินที่หาได้ง่ายและกินเป็นประจำ แต่ก็ยังมีคำถามยอดฮิตที่ถกเถียงกันอยู่เสมอว่า แท้จริงแล้วเราควรทานโยเกิร์ตเวลาไหนกันแน่ ระหว่าง "ก่อนอาหาร" หรือ "หลังอาหาร" ถึงจะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด
iStockphotoนพ.ฮิโรอากิ ฮายาชิ ศัลยแพทย์และผู้อำนวยการคลินิกในเมืองมุนากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า หากคุณต้องการเน้นเรื่องการปรับสมดุลลำไส้ การทานโยเกิร์ต หลังอาหาร คือทางเลือกที่ดีที่สุด
เป้าหมายหลักของการกินโยเกิร์ตคือการส่งจุลินทรีย์ดีอย่าง แลคโตบาซิลลัส หรือ บิฟิโดแบคทีเรีย ให้เดินทางไปถึงลำไส้เพื่อทำหน้าที่ดูแลระบบขับถ่าย แต่ศัตรูตัวฉกาจที่ขวางทางอยู่คือ กรดในกระเพาะอาหาร
หากเรากินโยเกิร์ตตอนท้องว่าง (ก่อนอาหาร) น้ำย่อยในกระเพาะจะมีความเป็นกรดสูงมาก ซึ่งอาจทำลายจุลินทรีย์เหล่านี้ให้ตายลงก่อนจะไปถึงลำไส้ ในทางกลับกัน หากเรากิน หลังอาหาร อาหารที่เราทานเข้าไปจะทำหน้าที่เป็นเหมือน "เบาะรองรับ" ช่วยเจือจางความเข้มข้นของกรดในกระเพาะ ทำให้จุลินทรีย์มีโอกาสรอดชีวิตและเดินทางไปถึงลำไส้ได้มากขึ้นนั่นเอง
นพ.ฮายาชิ แนะนำเพิ่มเติมว่า แม้ช่วงเวลาหลังอาหารจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของจุลินทรีย์ได้ตามหลักสรีรวิทยา แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า "เวลา" คือ ความสม่ำเสมอ
การกินโยเกิร์ตให้ได้ผลดีที่สุด ควรกินต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน โดยอาจเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและความอร่อยด้วยการเติมผลไม้ ผงถั่วเหลือง หรือน้ำผึ้งลงไป เพื่อให้การดูแลลำไส้เป็นเรื่องสนุกและทำได้นานในระยะยาว
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto