สาววัย 36 ฮอร์โมนตั้งครรภ์พุ่งสูง ทั้งที่ไม่ได้ท้อง รู้สาเหตุหมออึ้ง คนไข้แทบล้มทั้งยืน

สาววัย 36 ฮอร์โมนตั้งครรภ์พุ่งสูง ทั้งที่ไม่ได้ท้อง รู้สาเหตุหมออึ้ง คนไข้แทบล้มทั้งยืน

สาววัย 36 ฮอร์โมนตั้งครรภ์พุ่งสูง ทั้งที่ไม่ได้ท้อง รู้สาเหตุหมออึ้ง คนไข้แทบล้มทั้งยืน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาววัย 36 ตรวจพบค่า "ฮอร์โมนตั้งครรภ์" พุ่งสูง ที่แท้เป็นมะเร็งปอดชนิดหายาก

เรื่องราวสุดช็อกของคนไข้หญิงรายหนึ่งที่ผลตรวจแสดงค่าบ่งชี้การตั้งครรภ์ แต่ความจริงกลับกลายเป็นโรคร้ายที่พบได้ยากยิ่ง บทเรียนนี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการวินิจฉัยโรคอย่างละเอียดเมื่อร่างกายเกิดความผิดปกติที่ไม่ชัดเจน

คนไข้หญิงนามสมมติ เอ (อายุ 36 ปี) เข้ารับการตรวจด้วยอาการประจำเดือนผิดปกติติดต่อกัน 3 เดือน ร่วมกับมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ไอแห้ง กลืนลำบาก และไอเป็นเลือด 

ผลตรวจพุ่งสูงคล้าย "ตั้งครรภ์"

ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าค่า Beta-hCG ของเธอสูงถึง 1,540 U/L ซึ่งเป็นระดับที่มักพบในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากอาการทางคลินิกอื่นๆ กลับพบว่าไม่สอดคล้องกับการตั้งครรภ์ ทำให้ทีมแพทย์เริ่มสงสัยว่าอาจมีโรคอื่นแอบแฝงอยู่

รองศาสตราจารย์ ดร.นพ. หว่าง ถิ เฟือง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด เปิดเผยว่าผลจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ทรวงอกพบก้อนเนื้อที่ปอดซ้ายด้านล่าง และจุดขนาดเล็กที่ปอดขวา แพทย์จึงตัดสินใจทำการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปที่แท้จริง

มะเร็งชนิดหายากที่เลียนแบบการตั้งครรภ์

ผลการวิเคราะห์ทางพยาธิวิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาพบว่า คนไข้ป่วยเป็น Primary Choriocarcinoma of the Lung ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่พบได้ยากมาก โดยปกติแล้วมะเร็งชนิดนี้มักเกิดขึ้นที่มดลูก แต่กรณีที่เกิดขึ้นในปอดโดยตรงเช่นนี้ถือเป็นตัวแปรที่พบน้อยที่สุด

ตามบันทึกทางการแพทย์ทั่วโลกจนถึงสิ้นปี 2024 พบรายงานผู้ป่วยลักษณะนี้ไม่ถึง 200 ราย มะเร็งชนิดนี้มีความรุนแรงสูง มีหลอดเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก และสามารถแพร่กระจายไปยังสมอง ตับ และกระดูกได้อย่างรวดเร็วผ่านทางกระแสเลือด

อาการเตือนที่ห้ามมองข้าม

เนื่องจากก้อนเนื้อนี้สามารถหลั่งฮอร์โมน Beta-hCG ได้ คนไข้จึงมักมีอาการคล้ายการตั้งครรภ์หรือความผิดปกติทางฮอร์โมน เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือคัดตึงหน้าอก เมื่อรวมกับอาการไอเป็นเลือดหรือเจ็บหน้าอก จึงทำให้มักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคทางสูตินรีเวชหรือโรคทางเดินหายใจทั่วไป

ปัจจุบันคนไข้อยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลปอดแห่งชาติ โดยมีอาการคงที่และได้รับการรักษาตามแนวทางที่เหมาะสม แพทย์เน้นย้ำว่าแม้จะเป็นโรคร้ายแรง แต่หากตรวจพบในระยะแรกและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการยืดอายุและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้

กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการตรวจสุขภาพประจำปี และการประสานงานระหว่างทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งด้านสูตินรีเวช โรคปอด และพยาธิวิทยา เพื่อถอดรหัสโรคที่ซับซ้อนและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล