"เงี่ยน" จริงๆ ไม่ได้ใช้กับเรื่องเพศ และไม่ใช่ภาษาไทย ทายถูกไหม ภาษาอะไร และแปลว่าอะไร

เปิดกรุศัพท์ไทย "เงี่ยน" เดิมไม่ได้แปลว่าเรื่องเซ็กซ์ แต่คืออาการ "ลงแดง" จากฝิ่น
หลายคนอาจจะคุ้นเคยและเข้าใจความหมายของคำว่า "เงี่ยน" ในบริบทของเรื่องเพศหรือความต้องการทาง เซ็กซ์ มาโดยตลอด แต่เชื่อหรือไม่ว่า หากย้อนกลับไปดูรากศัพท์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ภาษาไทย คำคำนี้มีความหมายดั้งเดิมที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องกามารมณ์แม้แต่น้อย แต่กลับเกี่ยวข้องกับ "ยาเสพติด" และอาการทางกายภาพที่ทรมาน บทความนี้จะพาไปเปิดพจนานุกรมฉบับเก่าแก่และสืบค้นวรรณคดีไทย เพื่อไขข้อข้องใจว่าคำคำนี้กลายมาเป็นคำแสลง 18+ ได้อย่างไร
หลักฐานจากพจนานุกรมหมอบรัดเลย์ (พ.ศ. 2416)
หากอ้างอิงจาก "อักขราภิธานศรับท์" หรือพจนานุกรมภาษาสยามของ หมอบรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2416 (สมัยรัชกาลที่ 5) จะพบว่ามีการนิยามความหมายของคำว่า "เงี่ยน" เอาไว้ดังนี้
"เงี่ยน, คือความที่อยากมีกำลังมาก, เหมือนคนสูบฝิ่นอยากฝิ่นนั้น."
ในบริบทของภาษาไทยสมัยโบราณ คำว่า "อยากมีกำลังมาก" ไม่ได้แปลว่าอยากมีพละกำลัง แต่หมายถึง อาการกระวนกระวาย อยากอย่างรุนแรง โดยตัวอย่างที่หมอบรัดเลย์ยกมาเปรียบเทียบคือ "คนสูบฝิ่นอยากฝิ่น" ซึ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เดิมทีคำนี้ใช้บรรยายอาการ "ลงแดง" หรือการเสพติดสิ่งของ (Addiction) เป็นหลัก
ร่องรอยในวรรณคดีของสุนทรภู่
ไม่เพียงแต่ในพจนานุกรมเท่านั้น แต่ในวรรณคดีไทยระดับตำนานอย่าง "นิราศเมืองแกลง" ของ สุนทรภู่ กวีเอกแห่งยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ก็มีการหยิบยกคำนี้มาใช้ในความหมายที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศเช่นกัน โดยสุนทรภู่ได้บรรยายอาการของ "นายแสง" คนพายเรือที่กำลังทรมานจากการขาดฝิ่นไว้ว่า "สงสารแสงแข็งข้อจนขาสั่น... แล้วคลุ้มคลั่ง เงี่ยนยา ทำตาแดง" บทกลอนนี้ยืนยันได้ว่า "เงี่ยน" คืออาการทางกายภาพของผู้ที่ขาดสิ่งเสพติด จนเกิดอาการสั่นเทาและคลุ้มคลั่ง ไม่ใช่อารมณ์พิศวาสแต่อย่างใด
จาก "อยากยา" กลายมาเป็น "เรื่องเซ็กซ์" ได้อย่างไร?
การเปลี่ยนแปลงความหมายของคำ (Semantic Shift) จากอาการลงแดงมาเป็นเรื่องทางเพศ เกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบอาการที่คล้ายคลึงกัน หรือที่เรียกว่า Metaphor
- อาการที่คล้ายกัน: อาการของคน "อยากยา" ที่มักจะตัวสั่น กระวนกระวาย ร้อนรุ่ม และควบคุมตัวเองไม่ได้ มีลักษณะอาการแสดงออกทางกายภาพที่ไปคล้ายคลึงกับ แรงขับทางเพศ (Sexual Urge) ที่รุนแรงจนเนื้อตัวสั่น คนในยุคต่อมาจึงเริ่มยืมคำนี้มาใช้เปรียบเปรยความกำหนัด
- คำอื่นเข้ามาแทนที่: เมื่อภาษาไทยมีคำใหม่ๆ อย่าง "ลงแดง" หรือ "เสี้ยนยา" เข้ามาใช้แทนอาการอยากยาเสพติด คำว่า "เงี่ยน" จึงค่อยๆ ถูกลดบทบาทในความหมายเดิม และถูกยึดครองพื้นที่ด้วยความหมายทางเพศจนกลายเป็นความหมายหลักในปัจจุบัน
รากศัพท์จากภาษาจีน
นอกจากนี้ ยังมีข้อสันนิษฐานทางภาษาศาสตร์ที่น่าสนใจว่า คำว่า "เงี่ยน" อาจมีรากศัพท์มาจาก ภาษาจีนแต้จิ๋ว คำว่า "癮" (อ่านว่า หงี่ หรือ เงี่ยน) ซึ่งแปลตรงตัวว่า "การเสพติด" (Addiction) หรือความอยากกระหายอย่างรุนแรง เช่น การติดเหล้า หรือติดการพนัน ซึ่งสอดคล้องกับความหมายดั้งเดิมในภาษาไทยก่อนที่จะเพี้ยนมาเป็นเรื่องเพศ
สรุป
คำว่า "เงี่ยน" คือมรดกทางภาษาที่เดินทางผ่านกาลเวลา จากเดิมที่ใช้บรรยายความทุกข์ทรมานของคน "อยากยา" หรืออาการลงแดง ได้ถูกวิวัฒนาการทางภาษาและการเปรียบเปรยจนกลายมาเป็นคำศัพท์ที่ใช้บรรยายความต้องการทาง เซ็กซ์ ในปัจจุบัน ดังนั้น หากใครจะบอกว่าคำนี้เป็นคำไทยแท้ที่สื่อถึงยาเสพติดมาก่อน ก็ถือเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ครับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
