ไอดอลฟิวส์ขาด! พุ่งกระชากซาแซง สะกดรอยตามจ่อถ่ายรูป โซเชียลเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย

"หลิงเชา" ไอดอลหนุ่มจีนปะทะ "ซาแซง" แฟนคลับพฤติกรรมล้ำเส้นจนเป็นดราม่าสนั่นโซเชียล
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลจีนเมื่อแฮชแท็กเกี่ยวกับ หลิงเชา (Ling Chao) ศิลปินหนุ่มวง ONER วัย 25 ปี ปะทะกับแฟนคลับที่สนามบินพุ่งขึ้นอันดับหนึ่งของการค้นหา เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นวินาทีที่ไอดอลหนุ่มมีปากเสียงกับหญิงสาวที่พยายามถ่ายรูปเขาในระยะประชิดจนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ต้นสังกัดแจงเหตุการณ์ ปฏิเสธการใช้ความรุนแรง
หลังจากเกิดเหตุการณ์ทางต้นสังกัดของ หลิงเชา ได้ออกมาแถลงการณ์ชี้แจงว่าเหตุเกิดที่สถานีรถไฟความเร็วสูง โดยยืนยันว่าศิลปินเพียงแค่ยื้อแย่งโทรศัพท์จนทำให้หน้าจอแตกเท่านั้น ไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงทางร่างกาย เช่น การจิกผมหรือทุ่มลงพื้นตามที่มีกระแสข่าวลือในตอนแรกแต่อย่างใด
นอกจากนี้ทางค่ายยังระบุว่า หญิงสาวคู่กรณีเป็นกลุ่ม "ซาแซง" หรือแฟนคลับที่มีพฤติกรรมสะกดรอยตามและละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรงมาเป็นเวลานาน ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้เจรจาตกลงค่าเสียหายเรื่องโทรศัพท์ที่พังเสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ย้อนรอยความขัดแย้งระหว่าง หลิงเชา และซาแซงแฟน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ หลิงเชา มีปัญหากับแฟนคลับกลุ่มนี้ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม เขาเคยตกเป็นข่าวว่าปัดโทรศัพท์ของคนที่พยายามถ่ายรูปแบบจ่อหน้าจนเครื่องตกพื้น และในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาเคยประกาศว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มซาแซงที่คอยตามถ่ายภาพ แอบอ้าง และสร้างข่าวลือเท็จที่ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง
มุมมองทางกฎหมายและการปกป้องความเป็นส่วนตัว
ทนายความได้ให้ความเห็นต่อกรณีนี้ว่า แม้คนดังจะมีสิทธิในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและสามารถตอบโต้เพื่อป้องกันตัวจากการถูกคุกคามได้ แต่ต้องไม่ใช่วิธีการประทุษร้ายร่างกาย การแก้ปัญหาที่เหมาะสมควรเป็นการเตือนด้วยวาจา แจ้งให้ลบภาพ หรือดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เกินขอบเขตของการป้องกันตัวตามสมควร
กฎหมายการลงโทษทางปกครองฉบับปรับปรุงใหม่ของจีนระบุว่า พฤติกรรมก่อกวน ติดตาม หรือสะกดรอยตามผู้อื่นจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตปกติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 วันหรือปรับไม่เกิน 1,000 หยวน หากมีพฤติการณ์รุนแรงอาจถูกจำคุกสูงสุดถึง 10 วัน
เสียงจากโซเชียลมีเดีย
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ติดเทรนด์โซเชียลอันดับ 1 ในจีนเท่านั้น แต่ยังถูกแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางในกลุ่มแฟนคลับชาวไทยและประเทศอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งเสียงวิจารณ์จากผู้คนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงและไม่พอใจกับการกระทำของศิลปิน กับอีกฝ่ายที่ปกป้องศิลปิน โดยเห็นว่า พฤติกรรมของแฟนคลับประเภท "ซาแซง" หรือ "แฟนคลับที่ตามล่าดารา" นั้นเป็นการคุกคามและละเมิดสิทธิของศิลปินอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับหลิงเชาเท่านั้น แต่ศิลปินหลายคนต้องทนทุกข์และอึดอัดกับพฤติกรรมนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุการณ์ของ หลิงเชา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความคลั่งไคล้ที่เกินขอบเขตในวัฒนธรรมแฟนคลับ ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งตัวศิลปินและภาพลักษณ์ของตัวแฟนคลับเอง การสนับสนุนศิลปินควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและเคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในวงการบันเทิงต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี