ระวัง! กฎหมายใหม่มีผลแล้ว คุกคามทางเพศ แม้ไม่แตะตัว แค่ทำให้กลัว-อับอาย ก็ติดคุกได้

ระวัง! กฎหมายใหม่มีผลแล้ว คุกคามทางเพศ แม้ไม่แตะตัว แค่ทำให้กลัว-อับอาย ก็ติดคุกได้

ระวัง! กฎหมายใหม่มีผลแล้ว คุกคามทางเพศ แม้ไม่แตะตัว แค่ทำให้กลัว-อับอาย ก็ติดคุกได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กฎหมายใหม่มีผลแล้ว คุกคามทางเพศไม่ต้องแตะตัว แค่ทำให้อีกฝ่ายกลัวหรืออับอายก็ผิด

ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 อย่างเป็นทางการ เพิ่มความผิดฐาน “คุกคามทางเพศ” โดยมีผลบังคับใช้ทันที กฎหมายฉบับนี้ขยายขอบเขตความผิดให้กว้างขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีการแตะเนื้อต้องตัวก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ หากการกระทำนั้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัว อับอาย หรือไม่ปลอดภัยทางเพศ

นิยามของการคุกคามทางเพศตามกฎหมายใหม่ ครอบคลุมทั้งการแสดงออกทางร่างกาย วาจา หรือเสียงที่ส่อไปในทางเพศ รวมถึงการจ้องมองด้วยสายตาแทะโลม การติดตามรังควาน การส่งข้อความ ภาพ หรือเสียงลามก ตลอดจนการกระทำผ่านโซเชียลมีเดียหรือระบบคอมพิวเตอร์ หากมีเจตนาเชิงลามกและสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ถูกกระทำ

เงื่อนไขสำคัญคือ การกระทำนั้นต้องส่งผลให้ผู้เสียหายรู้สึกเดือดร้อนรำคาญ ถูกเหยียดหยาม อับอาย หวาดกลัว หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยทางเพศ หากเข้าองค์ประกอบดังกล่าว แม้จะเป็นเพียงคำพูด สายตา หรือการกระทำทางออนไลน์ ก็สามารถเอาผิดตามกฎหมายได้ทันที

โทษตามระดับความรุนแรง

กรณีคุกคามทางเพศทั่วไป แต่ยังไม่ถึงขั้นอนาจาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นการกระทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องจนผู้เสียหายไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ โทษจะเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

หากการคุกคามเกิดขึ้นในที่สาธารณะ หรือผ่านสื่อออนไลน์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ โทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท และในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โทษจำคุกอาจสูงสุดถึง 5 ปี โดยไม่สามารถยอมความได้

นอกจากนี้ หากเป็นการใช้อำนาจเหนือกว่า เช่น เจ้านาย นายจ้าง หรือผู้บังคับบัญชา ใช้ตำแหน่งหน้าที่คุกคามทางเพศลูกน้อง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตัวอย่างพฤติกรรมที่เข้าข่ายคุกคามทางเพศ

ตัวอย่างหนึ่งคือ การใช้สายตาหรือคำพูดแทะโลม เช่น ดักรอ ผิวปาก หรือพูดจาเชิงเพศเป็นประจำ จนผู้ถูกกระทำรู้สึกอับอายและไม่ปลอดภัย แม้ไม่เคยแตะตัวก็ถือว่ามีความผิด อีกกรณีคือการคุกคามทางออนไลน์ ส่งข้อความหรือภาพลามกซ้ำ ๆ แม้ถูกบล็อกแล้วก็ยังสร้างบัญชีใหม่มารังควาน ซึ่งศาลสามารถสั่งให้ลบข้อมูลและลงโทษหนักขึ้นได้

กรณีในที่ทำงาน เช่น หัวหน้างานเรียกลูกน้องไปพูดคุยเรื่องทางเพศ หรือกดดันให้ยอมทำตามความต้องการแลกกับการประเมินงาน ถือเป็นการใช้อำนาจเหนือกว่าเพื่อคุกคามทางเพศ มีโทษตามกฎหมายเช่นกัน รวมถึงการติดตามรังควาน เช่น แฟนเก่าตามเฝ้าที่ทำงานหรือหน้าบ้าน จนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว ก็เข้าข่ายความผิดทันที

กฎหมายใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยทางเพศของประชาชน โดยเน้นว่าพฤติกรรมที่สร้างความหวาดกลัวหรืออับอาย แม้ไม่แตะเนื้อต้องตัว ก็ไม่ควรถูกมองข้ามอีกต่อไป

 

  1. ราชกิจจานุเบกษา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล