แพทย์ตอบล่าสุด "ช่วยตัวเอง" ทำบ่อยๆ เร่งเสื่อมสมรรถภาพ สาเหตุ "นกเขาไม่ขัน" จริงหรือ?!

แพทย์ตอบล่าสุด "ช่วยตัวเอง" ทำบ่อยๆ เร่งเสื่อมสมรรถภาพ สาเหตุ "นกเขาไม่ขัน" จริงหรือ?!

แพทย์ตอบล่าสุด "ช่วยตัวเอง" ทำบ่อยๆ เร่งเสื่อมสมรรถภาพ สาเหตุ "นกเขาไม่ขัน" จริงหรือ?!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้ชายต้องรู้! แพทย์ชี้ชัด "ช่วยตัวเอง" บ่อยๆ ทำลายฮอร์โมนเพศชายหรือไม่?

เรื่องการ "ช่วยตัวเอง" มักถูกเชื่อมโยงกับความกังวลด้านสุขภาพของผู้ชายมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าหากทำบ่อยเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ในมุมมองทางการแพทย์แล้ว เรื่องนี้อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เขาเล่าลือกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างการ "ช่วยตัวเอง" กับฮอร์โมนเพศชาย

ผู้ชายหลายคนกังวลว่าการช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้ระดับ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดลง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีความสำคัญต่อแรงขับทางเพศ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความเป็นชาย แต่จากการเปิดเผยของ นพ. ไบรอัน แมคนีล (Dr. Brian McNeil) หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ จากมหาวิทยาลัยการแพทย์ SUNY Downstate สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแน่ชัดว่าความถี่ในการช่วยตัวเองหรือการหลั่งน้ำอสุจิ จะส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงอย่างถาวร

คุณหมออธิบายเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่มีอารมณ์ทางเพศ ระดับเทสโทสเตอโรนอาจพุ่งสูงขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพทางเพศแต่อย่างใด

โดยปกติแล้ว ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะไม่ได้คงที่ตลอดเวลา แต่จะเปลี่ยนแปลงตามนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ซึ่งมักจะสูงที่สุดในช่วงเช้าและลดหลั่นกันไปในระหว่างวัน ดังนั้นการจะสรุปว่าพฤติกรรมการช่วยตัวเองเพียงอย่างเดียวมีผลต่อฮอร์โมนจึงเป็นเรื่องที่สรุปได้ยาก

ไม่ใช่ต้นเหตุของอาการ "นกเขาไม่ขัน"

สิ่งที่ผู้ชายควรทราบคือ การมีระดับเทสโทสเตอโรนต่ำต่างหากที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ เมื่อฮอร์โมนตัวนี้ลดลง ผู้ชายอาจเจอปัญหาความต้องการทางเพศลดลง อ่อนเพลียเรื้อรัง หรืออวัยวะเพศแข็งตัวยาก ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพหรือระบบต่อมไร้ท่อ ไม่ได้เกิดจากการช่วยตัวเองมากหรือน้อยเกินไป

ความเชื่อที่ว่าการช่วยตัวเองทำให้เป็นหมัน หรือทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ถือเป็น ความเชื่อที่ผิด ในทางตรงกันข้าม กิจกรรมทางเพศรวมถึงการช่วยตัวเอง หากทำอย่างเหมาะสมยังมีประโยชน์ช่วยลดความเครียด ผ่อนคลายอารมณ์ และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นอีกด้วย

ทางสายกลางดีที่สุด

แม้แพทย์จะยืนยันว่าการช่วยตัวเองไม่ได้ทำลายสุขภาพ แต่กุญแจสำคัญคือ "ความพอดี" ควรทำในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายจนอ่อนเพลีย หรือหมกมุ่นจนเสียงานเสียการและกระทบความสัมพันธ์ในชีวิตจริง

หากคุณรู้สึกว่าความต้องการทางเพศลดฮวบ อ่อนเพลียผิดปกติ หรืออารมณ์แปรปรวน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนและหาสาเหตุที่แท้จริง มากกว่าการโทษพฤติกรรมส่วนตัวของตัวเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล