ใครได้ยินก็ของขึ้น! ด.ช.ตวาดปู่กลางห้าง แม่ไม่ห้ามแถม "ผสมโรง" รู้ปมเหตุส่ายหน้ากันหมด

ดราม่าโซเชียลจีน! หลานตวาดปู่กลางห้าง ทำคนได้ยินของขึ้น สะท้อน "โศกนาฏกรรมครอบครัว" ที่เห็นลางร้ายตั้งแต่ตอนนี้
สะเทือนใจ! เด็กยืนด่าปู่ให้ถือของหนัก แม่ไม่ห้ามแถมให้ท้าย ชาวเน็ตชี้ เห็นจุดจบครอบครัวตั้งแต่ตอนนี้ แม่ระวังเถอะ...โตไปจะโดนกับตัวเอง!"
ประโยคเดียวของเด็กชายที่พูดกับปู่กลางซูเปอร์มาร์เก็ต กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจและจุดชนวนความโกรธให้กับผู้พบเห็นจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เพราะความก้าวร้าวของเด็ก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือปฏิกิริยาของ "แม่" ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการเลี้ยงดู ซึ่งอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมของครอบครัวในอนาคต
เหตุการณ์สะเทือนใจกลางห้างดัง
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่ประเทศจีน ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน เด็กชายวัยประมาณ 6-7 ขวบ เดินถือไอศกรีมกินอย่างสบายใจอยู่ข้างหน้า โดยมีแม่และปู่เดินตามหลังมา ทั้งสองคนพะรุงพะรังไปด้วยถุงช้อปปิ้งใบใหญ่และหนักอึ้ง เหงื่อท่วมตัวด้วยความเหนื่อยล้า
ทันใดนั้น เด็กชายก็หันขวับกลับมาตะคอกเสียงดังใส่ผู้ใหญ่ทั้งสองว่า "แม่กับปู่เดินเร็วๆ หน่อยสิ! ผมจะรีบกลับไปเปิดแอร์ ปู่จะชักช้าให้อารมณ์เสียทำไมเนี่ย!"
เมื่อปู่ได้ยินหลานพูดจาไม่น่ารัก จึงบ่นตักเตือนไปเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้คนรอบข้างช็อกที่สุดไม่ใช่คำพูดของเด็ก แต่กลับเป็นคำพูดของ "แม่" ที่สวนกลับมาเพื่อปกป้องลูกชายทันทีว่า "ลูกพูดผิดตรงไหน? พ่อไม่เห็นเหรอว่าแกกำลังร้อนจะแย่อยู่แล้ว!"
พ่อแม่รังแกฉัน: ความรักที่กลายเป็นยาพิษ
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา หลายคนวิเคราะห์ตรงกันว่า อนาคตของครอบครัวนี้คงจบไม่สวย เพราะปัญหามันเริ่มก่อตัวให้เห็นชัดเจนแล้ว พ่อแม่หลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่า "ความรัก" คือการยอมทำทุกอย่างให้ลูกสบาย ยอมลำบากแทน ยอมแบกของหนักแทน เพื่อไม่ให้ลูกต้องเหนื่อย
แต่หารู้ไม่ว่า การเลี้ยงดูแบบ "พ่อแม่ยอมทุกข์ เพื่อให้ลูกสุข" กำลังทำลายความสามารถในการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของเด็ก (Empathy) เมื่อเด็กได้รับสิ่งที่ดีที่สุดก่อนเสมอ ได้กินก่อน ได้สบายก่อน เขาจะเติบโตมาพร้อมกับชุดความคิดที่ว่า "ทุกคนต้องหมุนรอบตัวฉัน" และมองข้ามความเหนื่อยยากของคนในครอบครัวไปจนหมดสิ้น
- เด็ก 4 ขวบถูก "เชิญออก" จาก รร.อนุบาล 3 แห่ง ครอบครัวพาไปหาหมอ ฟังสาเหตุยิ่งจุก!
- ผปค.ไม่โอเค ครูอนุบาลจัดที่นอนแปลก "เท้าโดนหัวลูก" แต่รู้เหตุผลทึ่ง พ่อแม่ยังคิดไม่ถึง
กรรมตามสนอง: ภาพสะท้อนจากรุ่นสู่รุ่น
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเอาแต่ใจ คือการที่เด็กเรียนรู้พฤติกรรมจากพ่อแม่โดยตรง ในเหตุการณ์นี้ เด็กเห็นแม่ตวาดปู่ เห็นแม่ไม่ให้เกียรติพ่อของตัวเอง เด็กจึงจดจำและเลียนแบบโดยไม่รู้ตัว เขาจะเข้าใจว่า "การพูดจาหยาบคายกับผู้สูงอายุเป็นเรื่องปกติ" และคนในครอบครัวไม่จำเป็นต้องเกรงใจกัน
วันนี้แม่ปกป้องลูกที่ตวาดปู่ แต่วันหน้า เมื่อเด็กคนนี้โตขึ้น คนที่จะถูกตวาด ถูกมองข้าม และถูกทิ้งขว้าง ก็คือตัว "แม่" เอง เพราะเขาไม่เคยถูกสอนให้เห็นคุณค่าของผู้มีพระคุณ
บทเรียนสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่
นักจิตวิทยาชี้ว่า เด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมความเห็นแก่ตัว แต่สิ่งแวดล้อมหล่อหลอมให้เขาเป็น หากไม่อยากให้ลูกโตไปเป็นคนอกตัญญูหรือสร้างปัญหาให้สังคม พ่อแม่ควรปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงดูดังนี้:
- สอนให้รู้จักลำบาก: อย่าปกป้องลูกจนเกินเหตุ ให้เขาได้ลองถือของเอง ช่วยงานบ้าน และรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง
- เป็นแบบอย่างที่ดี: หากอยากให้ลูกกตัญญู พ่อแม่ต้องปฏิบัติต่อปู่ย่าตายายด้วยความเคารพให้ลูกเห็น
- สอนคำว่า "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ": และสอนให้ลูกหมั่นถามไถ่คนในบ้าน เช่น "ปู่เหนื่อยไหม" หรือ "แม่หนักหรือเปล่า"
เหตุการณ์เด็กชายในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กก้าวร้าวคนหนึ่ง แต่เป็นกระจกสะท้อนให้ทุกครอบครัวหันกลับมามองตัวเอง การเลี้ยงลูกให้เป็น "คนเก่ง" นั้นสำคัญ แต่การเลี้ยงลูกให้เป็น "คนดีและมีความกตัญญู" นั้นสำคัญยิ่งกว่า เพราะในวันที่เราแก่ตัวลง วิธีที่ลูกปฏิบัติต่อเรา ก็คือผลสะท้อนจากสิ่งที่เราปลูกฝังเขาในวันนี้นั่นเอง

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี