อึ้ง 2 ขวบ ติดเชื้อ "ซิฟิลิส" พบสาเหตุ ที่แท้วิธีการดูแลของครอบครัว "ใกล้ชิดเกินไป"

อุทาหรณ์แพทย์เตือน เคสหายาก ด.ญ. 4 ขวบติด "ซิฟิลิส" ระยะ 2 พบสาเหตุจากพฤติกรรมดูแลใกล้ชิดในครอบครัว
เกิดกรณีทางการแพทย์ที่พบได้ยากในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน เมื่อเด็กหญิงวัย 2 ขวบรายหนึ่งถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคซิฟิลิส ระยะที่ 2 ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งครอบครัวและสังคม โดยสาเหตุแท้จริงมาจากพฤติกรรมการดูแลเด็กภายในครอบครัวที่คาดไม่ถึง
รายงานระบุว่า ครอบครัวพาเด็กไปพบแพทย์หลังพบว่ามีผื่นแดงขึ้นทั่วร่างกาย โดยไม่มีอาการเจ็บหรือคัน แพทย์โรงพยาบาลท้องถิ่นในระยะแรกวินิจฉัยว่าเป็นอาการแพ้ทั่วไป และสั่งยารักษาตามอาการ แต่หลังรักษาไปสักระยะ อาการกลับไม่ดีขึ้นและผื่นเริ่มลุกลาม ทำให้ครอบครัวตัดสินใจพาเด็กเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลเอกชน

แพทย์พบว่าผื่นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้ามีลักษณะผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับอาการแพ้ทั่วไป แต่กลับเป็นลักษณะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยซิฟิลิส ระยะที่ 2 ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเด็กหญิงติดเชื้อซิฟิลิสชนิดที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่การติดเชื้อตั้งแต่กำเนิด
สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายตกใจคือ หลังจากตัดความเป็นไปได้เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหรือการรับเลือด ทีมแพทย์พบว่าแหล่งที่มาของการติดเชื้ออาจมาจากคุณยายของเด็ก ซึ่งทราบว่าป่วยเป็นซิฟิลิส แต่ไม่เคยเข้ารับการรักษาอย่างครบถ้วน ระหว่างดูแลหลาน ยายมักป้อนอาหารโดยการเคี้ยวอาหารก่อนแล้วส่งต่อทางปาก ขณะเดียวกันยายมีภาวะเลือดออกตามเหงือก และในช่องปากของเด็กมีรอยถลอกเล็กน้อย ทำให้เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางน้ำลายได้ แม้ว่าวิธีการแพร่เชื้อลักษณะนี้จะพบได้น้อยมากก็ตาม
แพทย์เตือน ซิฟิลิสไม่ได้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น
นายแพทย์หลี่ เทียน จวี่ หัวหน้าภาควิชาโรคผิวหนัง โรงพยาบาลประชาชนเมืองเจิ้งโจว อธิบายว่า นอกเหนือจากการติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว ซิฟิลิสยังสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูก ผ่านทางเลือด หรือจากการสัมผัสทางอ้อมได้ โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อมีความเสี่ยงถ่ายทอดเชื้อไปสู่ทารกในครรภ์หรือขณะคลอด
นอกจากนี้ การใช้เข็มฉีดยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ การรับเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการสัมผัสใกล้ชิด เช่น การใช้ภาชนะร่วมกัน การป้อนอาหาร หรือการจูบปาก ก็อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ หากเยื่อบุช่องปากของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีบาดแผล
รู้จัก 3 ระยะของโรคซิฟิลิส
นายแพทย์หลี่ เทียน จวี่ ระบุว่า ซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 และ 2 มีความสามารถในการแพร่เชื้อสูงที่สุด แต่กลับมีอาการที่อาจสับสนกับโรคผิวหนังทั่วไป ระยะที่ 1 มักเกิดหลังติดเชื้อประมาณ 3–4 สัปดาห์ มีแผลไม่เจ็บบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย และอาจมีต่อมน้ำเหลืองโต
ส่วนระยะที่ 2 จะเกิดหลังจากนั้นประมาณ 6–12 สัปดาห์ มีอาการผื่นขึ้นทั่วร่างกาย ไข้ต่ำ อ่อนเพลีย แผลที่เยื่อบุ หรือผมร่วง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ รวมถึงระบบประสาท และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
แพทย์ย้ำ ป้องกันได้ ตรวจพบเร็ว รักษาหาย
นายแพทย์หลี่ เทียน จวี่ เน้นย้ำว่า ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกและตัดวงจรการแพร่เชื้อ ผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวที่อาจสัมผัสเลือดร่วมกับผู้อื่น เช่น แปรงสีฟันหรือมีดโกน
ขณะดูแลเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการป้อนอาหารด้วยปาก การจูบปากหรือใบหน้าเด็กโดยตรง และควรแยกภาชนะอุปกรณ์การกิน พร้อมดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองซิฟิลิสก่อนและระหว่างตั้งครรภ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากพบการติดเชื้อจำเป็นต้องรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อสู่ทารก
แพทย์ยังแนะนำว่า หากมีอาการน่าสงสัยหรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากแม้ซิฟิลิสในระยะท้ายจะสามารถควบคุมได้ แต่ความเสียหายต่ออวัยวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว มักไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี