10 เรื่องลับในประวัติศาสตร์ "เคาท์ดาวน์ไทย" ที่เปลี่ยนมาเป็น 31 ธ.ค. (ปีนึงเคยมีแค่ 9 เดือน)

ย้อนรอยตำนาน! กว่าจะมาเป็นเคาท์ดาวน์ 31 ธันวา ในวันนี้ จาก "1 เมษา" สู่ "1 มกรา" ทำไมไทยต้องเปลี่ยนวันปีใหม่?
ทุกคนคงคุ้นเคยกับภาพเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม นับถอยหลัง 5...4...3...2...1 เฮ้! จุดพลุต้อนรับปีใหม่ 1 มกราคม แต่รู้ไหมคะว่า "วันสิ้นปีแบบนี้" ของคนไทยไม่ได้มีมาตั้งแต่โบราณกาล?
เรื่องนี้มีที่มาที่ไปที่ซับซ้อนและน่าทึ่งมาก! วันนี้เราจะพาไปย้อนดู 10 เรื่องลับฉบับย่อ เกี่ยวกับการเปลี่ยนวันปีใหม่ของไทย จากแบบไทยแท้ๆ สู่การ "เคาท์ดาวน์ 31 ธ.ค." แบบสากลที่เราฉลองกันในปัจจุบัน
บรรยากาศเคาท์ดาวน์ที่เราคุ้นเคย
เปิด 10 ความลับ! กว่าจะเป็น "31 ธันวาคม" ในวันนี้
1. สมัยโบราณ ไทยไม่ได้เคาท์ดาวน์ 31 ธ.ค.
ในสมัยอดีต (กรุงศรีอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์) วันขึ้นปีใหม่ของไทยถือเอาวัน "ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5" (ทางจันทรคติ) ซึ่งมักจะตรงกับช่วงเดือนเมษายน ดังนั้นสมัยก่อนเดือนธันวาคมจึงเป็นแค่เดือนธรรมดา ไม่ใช่วันสิ้นปีแต่อย่างใด
2. รัชกาลที่ 5 ทรงเปลี่ยนปีใหม่เป็น "1 เมษายน"
ในปี พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงปฏิรูปปฏิทินไทยให้ทันสมัย โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ (วันตรุษสงกรานต์) เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิทินสุริยคติเป็นครั้งแรก
3. รัชกาลที่ 6 ยังคงใช้ 1 เมษาฯ ต่อไป
ในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ยังคงยึดวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ราชการเช่นเดิม แต่เริ่มมีการจัดงานรื่นเริงแบบตะวันตกมากขึ้นในสังคมชั้นสูง
4. จุดเปลี่ยนสำคัญ! มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2483
ในสมัยรัชกาลที่ 8 รัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จาก 1 เมษายน มาเป็น 1 มกราคม เพื่อให้สอดคล้องกับนานาอารยประเทศทั่วโลก
5. "ปีที่สั้นที่สุด" ในประวัติศาสตร์ไทย
ผลจากการเปลี่ยนวันปีใหม่ในข้อ 4 ทำให้ปี พ.ศ. 2483 มีเพียงแค่ 9 เดือนเท่านั้น! (เมษายน - ธันวาคม) เพราะพอถึงวันที่ 1 มกราคม ก็ถูกตัดจบให้นับเป็นเริ่ม พ.ศ. 2484 ทันที คนที่เกิดปีนั้นจึงมีอายุน้อยกว่าปีปกติ 3 เดือนโดยปริยาย
6. "31 ธันวาคม" กลายเป็นวันสิ้นปีครั้งแรก
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็นต้นมา วันที่ 31 ธันวาคม จึงได้รับสถานะเป็น "วันสิ้นปี" อย่างเป็นทางการ และรัฐบาลเริ่มประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวเฉลิมฉลอง
7. เคาท์ดาวน์เริ่มฮิตยุคหลังปี 2500
วัฒนธรรมการ "นับถอยหลัง" หรือ Countdown เริ่มแพร่หลายในไทยช่วงหลังปี พ.ศ. 2500 ตามกระแสตะวันตก ช่วงแรกเป็นการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในโรงแรม ก่อนจะขยายมาเป็นงานกลางแจ้ง
8. ตำนาน "World Trade Center" สู่ยุค "IconSiam"
ในช่วงปี 2530-2540 การเคาท์ดาวน์ที่ลานหน้า "เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์" (ปัจจุบันคือเซ็นทรัลเวิลด์) ถือเป็นซิกเนเจอร์ของวัยรุ่นยุคนั้น ก่อนจะพัฒนามาเป็นงานระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างที่ไอคอนสยามในปัจจุบัน
9. ปฏิทินไทยเคยสับสนมาก่อน
ก่อนที่รัชกาลที่ 5 จะทรงเปลี่ยนระบบ คนไทยใช้ปฏิทินจันทรคติ (นับข้างขึ้น-ข้างแรม) ทำให้วันปีใหม่เลื่อนไปเลื่อนมาไม่ตรงกันสักปี การเปลี่ยนมาใช้ระบบสุริยคติและยึด 1 มกราคม จึงช่วยให้เรานับวันได้ง่ายขึ้นแบบทุกวันนี้
10. การเปลี่ยนเพื่อ "ความเป็นสากล"
เหตุผลหลักของการย้ายมาเป็น 31 ธ.ค. และ 1 ม.ค. คือการก้าวสู่โลกสมัยใหม่ การค้าขายและการติดต่อราชการกับต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องสับสนว่า "ปีใหม่ยู หรือปีใหม่ไอ"
ครั้งต่อไปที่ได้ยินเสียงนับถอยหลัง "10...9...8..." ลองนึกถึงเกร็ดประวัติศาสตร์เหล่านี้ดูนะคะ ว่ากว่าเราจะได้หยุดยาวช่วงสิ้นปีแบบนี้ บรรพบุรุษเราต้องปรับเปลี่ยนปฏิทินกันมาหลายรอบเลยทีเดียว!
คุณเคยไปเคาท์ดาวน์ที่ไหนแล้วประทับใจสุดๆ บ้าง? หรือเกิดทันยุคเปลี่ยนผ่านไหนหรือเปล่า? เม้าท์มอยกันได้เลยค่า~
- เตือนสิ้นปี! อย่าหาทำ 3 พฤติกรรม "ฉุดดวงทรัพย์" โบนัสหด-เงินเดือนไม่ขึ้น
- ครั้งแรกที่ต่างชาติบันทึกถึง “สยาม” เมื่อ 500 ปีก่อน รู้ไหมว่าพวกเขาพูดถึงเราอย่างไร?

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





