ส่งลูกเรียนนอก สาบสูญ 17 ปี พ่อแม่ป่วยมะเร็งแค่ห่วงว่า "ยังอยู่ไหม" ก่อนตายรู้เฉลยจุกอก!

ส่งลูกเรียนเยอรมัน หายสาบสูญ 17 ปี พ่อแม่ป่วยมะเร็งแค่อยากรู้ว่า "ยังอยู่ไหม" ก่อนตายได้รู้ความจริงสุดจุก!
กลายเป็นเรื่องราวความเสียใจที่สุดในชีวิตของคนเป็นพ่อแม่ เมื่อลูกสาวคนเดียวที่ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ ขาดการติดต่อไปนานเกือบ 2 ทศวรรษ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต พ่อแม่ถึงได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจ
"ลูกสาวจ๋า ลูกอยู่ที่ไหน? พ่อกับแม่จะทนไม่ไหวแล้ว แค่ขอให้ได้เห็นหน้าลูกสักครั้งก่อนตาย..."
ลูกสาวที่หายไปกับความหวังของพ่อแม่
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน สองตายาย "เฉา จ้าวกัง" และ "หลิว ยู่หง" ในวัยกว่า 70 ปี ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างโดดเดี่ยวพร้อมกับความทุกข์ระทมที่กัดกินหัวใจ เมื่อ "เฉา เชี่ยน" ลูกสาวคนเดียวของพวกเขาขาดการติดต่อไปนานถึง 17 ปี
ในปี ค.ศ. 2000 เฉา เชี่ยน ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี จนกระทั่งปี 2003 หลังจากการโทรศัพท์กลับบ้านครั้งสุดท้าย เธอก็เงียบหายไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นตายร้ายดีอย่างไร ตลอดเวลาหลายปี พ่อแม่พยายามตามหาลูกแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งถามเพื่อนเก่า ติดต่อสถานทูต แต่ก็คว้าน้ำเหลว
จนกระทั่งปี 2020 เมื่อทั้งคู่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และรู้ว่าเวลาของตัวเองเหลือน้อยเต็มที พวกเขาจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ ไม่ได้หวังให้ลูกกลับมาดูแล แค่ขอคำยืนยันเพียงประโยคเดียวว่า "ลูกยังมืชีวิตอยู่"
จากเด็กเรียนเก่ง สู่ความฝันไกลบ้าน
เฉา เชี่ยน เกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจน แต่พ่อแม่ทุ่มเทความรักให้หมดหัวใจและตั้งความหวังไว้กับเธอมาก เธอเป็นเด็กหัวดี เรียนเก่งมาตั้งแต่เล็ก ฝาบ้านเต็มไปด้วยเกียรติบัตร
ในปี 1998 เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และอยากไปเรียนที่กวางตุ้ง แต่พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกไปไกล จึงเกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้เธอเรียนครูที่มหาวิทยาลัยในบ้านเกิด เพื่อจบมาจะได้มีงานทำที่มั่นคงใกล้บ้าน
แต่เมื่อเรียนถึงปี 2 เฉา เชี่ยน ตัดสินใจบอกพ่อแม่ว่าอยากไปเรียนต่อที่เยอรมนี เพื่ออนาคตที่ดีกว่าและจะได้กลับมาเลี้ยงดูพ่อแม่ แม้จะเสียดายและเป็นห่วง แต่พ่อแม่ก็ยอมไปกู้หนี้ยืมสินมาถึง 70,000 หยวน (ประมาณ 3.3 แสนบาท) เพื่อส่งลูกไปตามฝัน โดยไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าลูก
ฟางเส้นสุดท้าย: เงินและการตัดขาด
ชีวิตในเยอรมนีไม่ได้สวยหรู ค่าครองชีพที่สูงทำให้เธอต้องทำงานหนักควบคู่ไปกับการเรียน ในช่วงแรกที่ติดต่อกลับมา เธอมักระบายความเหนื่อยล้า พ่อแม่ที่ไม่สันทัดเรื่องเทคโนโลยีทำได้เพียงรอโทรศัพท์จากลูก
จุดแตกหักเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อเฉา เชี่ยน โทรมาขอเงินเพิ่ม ด้วยความเครียดและกดดันที่ลูกไม่ค่อยติดต่อมา ผู้เป็นพ่อจึงเผลอใช้อารมณ์ดุด่าลูกสาวผ่านโทรศัพท์ ปลายสายเงียบไปและวางหู... แม้หลังจากนั้นเงินจะถูกส่งไปให้ แต่เฉา เชี่ยน ก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลยนับตั้งแต่นั้น
ความจริงที่เปิดเผยเมื่อสายเกินไป
ตลอด 17 ปี พ่อแม่เชื่อเสมอว่าลูกคงเจออุบัติเหตุหรือเรื่องร้ายแรง ไม่คิดว่าลูกจะจงใจทิ้งพวกเขา แต่เพื่อนเก่าบางคนเผยว่า เฉา เชี่ยน รู้สึกอึดอัดที่ถูกพ่อแม่บงการชีวิตมาตลอด การไปต่างประเทศคือทางออกในการหนีจากความกดดันนั้น
ในปี 2020 สื่อและหน่วยงานรัฐช่วยกันตรวจสอบจนพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า เฉา เชี่ยน ยังมีชีวิตอยู่สุขสบายดีในเยอรมนี อย่างน้อยจนถึงปี 2005 และมีข้อมูลระบุว่าปัจจุบันเธอเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสัญชาติ แต่งงานมีครอบครัว และได้เป็นถึง "ศาสตราจารย์" ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เมืองมิวนิก
รายงานระบุว่า เธอรับรู้ว่าพ่อแม่ตามหา แต่เลือกที่จะ "ปฏิเสธการติดต่อ" อย่างสิ้นเชิง
บทสรุปที่บีบหัวใจ
เมื่อได้ทราบข่าว ผู้เป็นพ่อไม่ได้โกรธแค้น แต่กลับยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "แค่รู้ว่าลูกอยู่สบายดีก็พอแล้ว เราจะไม่ตามหาเขาอีก กลัวจะไปกระทบชีวิตของลูก"
ท้ายที่สุด ในปี 2021 สองตายายก็ทยอยจากโลกนี้ไป โดยที่ปมในใจได้รับการคลี่คลายว่าลูกยังไม่ตาย แต่ก็ต้องจากไปพร้อมความจริงที่ว่า ลูกสาวเลือกที่จะลบพวกเขาออกจากชีวิตไปตลอดกาล
- หัวอกแม่ แชร์อุทาหรณ์ "เล่นซ่อนหา" กับลูกชาย 5 ขวบ แค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่เสียใจทั้งชีวิต
- แม่ใจจะขาด ลูกชายที่คิดว่า "ตายตั้งแต่เกิด" จู่ๆ หวนสู่อ้อมอก อายุ 33 ปี เล่าเองไปอยู่ไหนมา?

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


