ผลข้างเคียง "น้ำยาบ้วนปาก" ที่ไม่มีใครเคยบอก เสี่ยงเบาหวาน-ความดัน

ผลข้างเคียง "น้ำยาบ้วนปาก" ที่ไม่มีใครเคยบอก ผลวิจัยพบเสี่ยงกระทบสุขภาพด้านอื่น ที่ไม่ใช่ช่องปาก
กิจวัตรประจำวันในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างการใช้ น้ำยาบ้วนปาก อาจเป็นสิ่งที่หลายคนขาดไม่ได้เพื่อลมหายใจที่สดชื่นและเหงือกที่สะอาด แต่ล่าสุดมีงานวิจัยที่น่าตกใจเปิดเผยว่า การใช้น้ำยาบ้วนปากที่บ่อยเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในด้านอื่น โดยเฉพาะความเสี่ยงในการเกิดโรค เบาหวาน และภาวะก่อนเบาหวาน
ผลวิจัยชี้ ใช้วันละ 2 ครั้ง เพิ่มความเสี่ยงโรค
การศึกษาจากโครงการ San Juan Overweight Adults Longitudinal Study ได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนจำนวน 945 คน อายุระหว่าง 40-65 ปี เป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี โดยเริ่มต้นทุกคนไม่มีประวัติโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้ น้ำยาบ้วนปาก อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะก่อนเบาหวานหรือโรคเบาหวานสูงขึ้นถึงร้อยละ 49-55 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้หรือใช้น้อยกว่านั้น แม้จะตัดปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ การสูบบุหรี่ หรือการออกกำลังกายออกไปแล้วก็ตาม แต่ข่าวดีคือผู้ที่ใช้วันละ 1 ครั้งหรือน้อยกว่า ไม่พบความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมการบ้วนปากถึงกระทบระบบเผาผลาญ?
สาเหตุหลักมาจากกลไกการทำงานของน้ำยาบ้วนปากที่ถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งรวมถึงแบคทีเรียชนิดดีในช่องปากด้วย แบคทีเรียดีเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการเปลี่ยนสารไนเตรตจากอาหารให้กลายเป็นไนไตรต์ ซึ่งร่างกายจะนำไปสร้างเป็น ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide)
ไนตริกออกไซด์มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการไหลเวียนเลือด ระดับความดันโลหิต และการทำงานของระบบเผาผลาญ เมื่อแบคทีเรียดีถูกทำลาย ปริมาณไนตริกออกไซด์จะลดลง ส่งผลให้ความไวต่ออินซูลินลดลง และนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินหรือโรค เบาหวาน ประเภทที่ 2 ในที่สุด นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้อีกด้วย

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ควรใช้ต่อหรือพอแค่นี้?
ผลวิจัยนี้ไม่ได้บอกให้เลิกใช้โดยเด็ดขาด เพราะน้ำยาบ้วนปากยังคงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงือก หรือต้องการระงับกลิ่นปาก แต่ควรใช้เมื่อจำเป็นและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ การแปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์และการใช้ไหมขัดฟัน ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพช่องปาก
สำหรับผู้ที่มีความกังวล อาจเลือกใช้สูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือลดความถี่ในการใช้ลงเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาสมดุลของแบคทีเรียในช่องปาก และหากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรฆ่าเชื้อแบคทีเรียเป็นประจำ
สรุป
การใช้ น้ำยาบ้วนปาก เป็นตัวช่วยเสริมได้ แต่ไม่ควรใช้ถี่เกินไป (มากกว่า 1 ครั้งต่อวัน) โดยเฉพาะสูตรฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพราะอาจทำลายสมดุลธรรมชาติในปากและเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ ทางที่ดีที่สุดคือเน้นการแปรงฟันและขัดฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธี
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี