แก้วมังกร นักโภชนาการตอบแล้ว "สีไหนดีที่สุด?" สุดยอดผลไม้คุมน้ำตาล ลดไขมันเลว

"แก้วมังกรสีแดง" ผลไม้ช่วยคุมน้ำตาล ลดไขมันเลว นักโภชนาการชี้ 3 กลุ่มนี้ต้องกิน
แก้วมังกร ไม่ได้มีดีแค่เป็นตัวช่วยเรื่องการขับถ่ายเท่านั้น แต่ยังถูกยกให้เป็นสุดยอดผลไม้แห่งการเผาผลาญ ล่าสุดมีงานวิจัยระดับนานาชาติหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า แก้วมังกรมีศักยภาพในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและดูแลสุขภาพหัวใจ โดยเฉพาะ "พันธุ์เนื้อสีแดง" ที่นักโภชนาการแนะนำว่าเป็นตัวช่วยชั้นดีสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ
ทำไมต้อง "เนื้อสีแดง"? ความลับที่ซ่อนอยู่ในสีสัน
นักโภชนาการ เซวีย เสี่ยวจิง (Xue Xiaojing) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า แก้วมังกรเนื้อแดงมีปริมาณน้ำตาลเพียง 10-12% จัดเป็นผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) แต่สิ่งที่ทำให้มันเหนือกว่าพันธุ์เนื้อขาวคือ ปริมาณใยอาหารและแร่ธาตุที่สูงกว่า รวมถึงสารสำคัญอย่าง
- เบตาเลน (Betalain) กลุ่มสารสีธรรมชาติ มีคุณสมบัติเด่นคือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเครียดจากออกซิเดชัน และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ สารนี้ยังมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและช่วยส่งเสริมการทำงานของตับ
- โพลีฟีนอล (Polyphenol) สารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องเซลล์และร่างกายจากความเสียหาย ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และชะลอความเสื่อมของร่างกาย

งานวิจัยชี้ชัด: คุมเบาหวาน-ดันไขมันดี
จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Pre-diabetes) เมื่อทานแก้วมังกรเป็นประจำ ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารลดลงเฉลี่ยถึง 15.1 mg/dL นอกจากนี้ การทานต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ยังช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ลดความดันโลหิต และสารบีทาเลนยังช่วยกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ลดการอักเสบเรื้อรังในร่างกายได้
ในด้านไขมัน แก้วมังกรเนื้อแดงมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลรวม, ไตรกลีเซอไรด์ และ ไขมันเลว (LDL) พร้อมทั้งช่วยเพิ่มระดับ ไขมันดี (HDL) ซึ่งเป็นผลมาจากสารแอนโทไซยานินที่ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในตับ
3 กลุ่มเสี่ยง ที่ควรทานแก้วมังกรสีแดง
นักโภชนาการแนะนำว่า ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทานแก้วมังกรเนื้อแดง คือกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพ 3 ด้าน ดังนี้:
- กลุ่มผู้มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม: ผู้ที่มีระบบเผาผลาญผิดปกติ อ้วนลงพุง
- กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด: ผู้ที่มีความดันหรือไขมันสูง
- กลุ่มที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง: ผู้ที่ร่างกายมีความเครียดสะสมภายใน
กินอย่างไรให้พอดี?
สำหรับบุคคลทั่วไป แนะนำให้ทานวันละ 2 ส่วน (1 ส่วนเท่ากับเนื้อแก้วมังกรประมาณ 100 กรัม) ส่วนผู้ป่วยเบาหวาน แม้แก้วมังกรจะดีต่อสุขภาพ แต่ยังคงต้องจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตโดยรวม และควรปรึกษานักโภชนาการเพื่อจัดสรรปริมาณการกินที่เหมาะสมที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี