CMMU เผยอินไซต์ Longevity Economy เทรนด์ใหม่ทำตลาดไทยพุ่งสูง 28% ติดอันดับโลก

CMMU เผยอินไซต์ Longevity Economy เทรนด์ใหม่ทำตลาดไทยพุ่งสูง 28% ติดอันดับโลก

CMMU เผยอินไซต์ Longevity Economy เทรนด์ใหม่ทำตลาดไทยพุ่งสูง 28% ติดอันดับโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจาะอินไซต์ Longevity Economy เทรนด์สุขภาพคนไทยดันตลาดพุ่ง 1.4 ล้านล้านบาท

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผยข้อมูลสุดอินไซต์ “ภูมิทัศน์การดูแลสุขภาพของคนไทย” รับเทรนด์เศรษฐกิจอายุยืน หรือ Longevity Economy ชี้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ดันตลาด Health & Wellness ไทยโตทะลุ 40.5 พันล้านดอลลาร์ โตแรงกว่า 28.4% ในหนึ่งปี ขณะที่ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปาสร้างรายได้กว่า 12.34 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 119.5% โดยผลวิจัยยังชี้ Gen X และ Gen Y เป็นสายเปย์เพื่อสุขภาพตัวจริง และเป็นกำลังซื้อหลักของตลาดสุขภาพ ขณะที่ Gen Z เป็นสายลองของใหม่ พร้อมแนะกรอบแนวคิด LONGER คัมภีร์ที่แบรนด์ต้องรู้เพื่อเติบโตและช่วงชิงโอกาสใน Longevity Economy

อาจารย์ประเสริฐ ธวัชโชคทวี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวในงานสัมมนา "Design Your Own Longevity: 'ลอง' ค้นหา 'ลองจิวิตี้' ในแบบของคุณ" ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งในเชิงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลมาจากการกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประกอบกับคนรุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาใส่ใจดูแลคุณภาพชีวิตเพื่ออายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เพียง “อยู่ได้นาน” แต่ยังต้อง “อยู่ได้ดี” ทำให้แนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพกลายเป็นเทรนด์สำคัญที่น่าจับตาและส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดผู้บริโภคอย่างมหาศาล

จากเทรนด์ดังกล่าวจึงเป็นที่มาของ "เศรษฐกิจอายุยืน" หรือ Longevity Economy ที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคที่มองสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก Global Wellness Institute ระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาด Health & Wellness ของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าเพิ่มจาก 31.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2565 เป็น 40.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 เติบโตขึ้นกว่า 28.4% ถือเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในโลก เช่นเดียวกับตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสปาของไทยก็ขยายตัวอย่างมหาศาล โดยมีรายได้กว่า 12.34 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 เพิ่มขึ้นถึง 119.5% จากปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนชัดว่า "สุขภาพ" ได้กลายเป็นทั้งสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนไทย เป็นความหรูหราและความสำเร็จรูปแบบใหม่ และยังสร้างแรงกดดันใหม่ให้กับวงการการตลาด

อาจารย์ประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากบริบทดังกล่าว CMMU จึงได้จัดทำงานวิจัย “ภูมิทัศน์การดูแลสุขภาพของคนไทย” เพื่อสำรวจพฤติกรรม ค่านิยม แรงจูงใจ ไลฟ์สไตล์ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการด้านสุขภาพของคนไทยในแต่ละช่วงวัย ไปจนถึงความสนใจและความพร้อมในการใช้บริการ Longevity (Longevity Center, Longevity Retreat, Longevity Residence) เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคยุค Longevity ได้อย่างชัดเจน และสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนากลยุทธ์เชิงธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการทำวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มตัวอย่าง 450 คน แบ่งเป็น Gen Z 150 คน, Gen Y 150 คน, และ Gen X 150 คน ครอบคลุมทั้ง 3 เจเนอเรชันที่เป็นกลุ่มหลักของตลาดสุขภาพในปัจจุบัน

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าคนไทยทุกช่วงวัยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น และเริ่มผนวกกิจกรรมดูแลตัวเองเข้าไปในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมประจำวัน แม้ว่าทุกช่วงวัยจะให้ความสำคัญกับสุขภาพเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือแรงจูงใจ ช่องทางในการค้นหาข้อมูล และความพร้อมในการใช้จ่ายด้านสุขภาพ

  • Gen Z จัดเป็นกลุ่ม "ผู้ปรับตัวเร็ว" ที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลและเปิดรับเทรนด์ใหม่ก่อนใคร นิยมค้นหาข้อมูลสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลัก ในด้านการบริโภค แม้กำลังซื้อยังไม่สูง โดยมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสุขภาพเฉลี่ย 262 บาทต่อมื้อ และค่าใช้จ่ายด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฉลี่ย 2,592 บาทต่อเดือน แต่ก็สะท้อนแนวโน้มความสนใจในการลงทุนเพื่อสุขภาพ ด้านการออกกำลังกาย นิยมกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูงโดยเลือกวิ่งมากที่สุด มีแรงจูงใจมาจากต้องการมีสุขภาพแข็งแรงและภาพลักษณ์ที่ดี แต่มีความสม่ำเสมอต่ำกว่าเจเนอเรชันอื่น ในด้านการดูแลสุขภาพจิต Gen Z 33.83% นิยมผ่อนคลายผ่านงานอดิเรกและกิจกรรมพักใจมากที่สุด นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่มีความสนใจต่อบริการ Longevity น้อยกว่าเจนอื่น

  • Gen Y มีบทบาทเป็น "นักลงทุนในสุขภาพของตนเองอย่างสมดุล" และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงที่สุด โดยมีพฤติกรรมการหาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ด้านการบริโภคพบว่า Gen Y ใช้จ่ายด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูงถึง 4,608 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสุขภาพสูงสุดเฉลี่ย 320 บาทต่อมื้อ ด้านการออกกำลังกายจัดเป็นกลุ่มที่มีวินัยสูง โดย 81.99% ออกกำลังกายอย่างน้อย 3–4 วันต่อสัปดาห์ มีแรงจูงใจสำคัญคือต้องการสุขภาพแข็งแรงและการป้องกันโรค สำหรับความสนใจต่อบริการ Longevity แม้จะไม่ใช่กลุ่มที่มีระดับความสนใจสูงที่สุด แต่กลับเป็นกลุ่มที่พร้อมจ่ายสูงสุด โดยเฉพาะบริการ Longevity Retreat ซึ่งยินดีจ่ายเฉลี่ยสูงกว่าทุกเจนถึง 25,000 บาทต่อครั้ง

  • Gen X ถูกนิยามให้เป็น "ผู้รักษาสมดุลสุขภาพ" ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน และมีความเชื่อมั่นในข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น คลินิกหรือโรงพยาบาล มากกว่าช่องทางดิจิทัล ในด้านการบริโภค Gen X เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูงที่สุดเฉลี่ย 4,846 บาทต่อเดือน ด้านการออกกำลังกายจัดเป็นกลุ่มที่มีระเบียบวินัยสูงสุด โดย 91.34% ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนิยมกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายระยะยาวอย่างการเดินหรือเดินเร็ว ด้านสุขภาพจิต 32.46% ให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางศาสนามากที่สุด และยินดีจ่ายเพื่อความสงบทางจิตสูงสุดเฉลี่ย 13,993 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ Gen X ยังเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจต่อบริการ Longevity สูงที่สุด และพร้อมจ่ายให้กับ Longevity Center สูงถึง 4,061 บาทต่อครั้ง

เมื่อมองลึกลงไปในแต่ละเจเนอเรชัน จะเห็นโอกาสทางธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z แม้ยังไม่ใช่กำลังซื้อหลัก แต่ก็เป็นกลุ่มที่พร้อมทดลองสิ่งใหม่ ส่วน Gen Y คือ “Sweet Spot” หรือกลุ่มทองคำที่มีกำลังจ่ายสูงและต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะที่ Gen X เป็นกลุ่มที่พร้อมใช้บริการเชิงลึกและเชื่อถือได้ เช่น ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือที่อยู่อาศัยแบบ Longevity Residence

นายศักดิ์สิทธิ์ จีระวงษ์สกุล หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า จากผลการวิจัยได้นำมาพัฒนาเป็น "กรอบแนวคิด LONGER" เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจองค์ประกอบของการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย:

  • L – Lifestyle Practices: พฤติกรรมประจำวัน โภชนาการ และการออกกำลังกาย

  • O – Ongoing Prevention: การดูแลป้องกันเชิงรุก เช่น วิตามินและการตรวจสุขภาพ

  • N – Nurturing Mind: กิจกรรมสร้างความผ่อนคลายและสมดุลอารมณ์

  • G – Group & Social Glue: บทบาทของสังคมและชุมชนที่ช่วยให้รักษาเป้าหมายสุขภาพ

  • E – Easy Access: การเข้าถึงบริการที่สะดวกและสอดคล้องกับการใช้ชีวิต

  • R – Reassurance: ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการตัดสินใจใช้บริการ

ทั้งนี้ งานสัมมนา "Design Your Own Longevity: 'ลอง' ค้นหา 'ลองจิวิตี้' ในแบบของคุณ" จัดขึ้นโดย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือชมย้อนหลังได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ CMMU Mahidol และ MKcmmu

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ ของ CMMU เผยอินไซต์ Longevity Economy เทรนด์ใหม่ทำตลาดไทยพุ่งสูง 28% ติดอันดับโลก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล