อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี? นักจุลชีววิทยาไขคำตอบ เฉลยต้นตอ "กลิ่นตัว" ที่แท้จริง

อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี? นักจุลชีววิทยาไขคำตอบ เฉลยต้นตอ "กลิ่นตัว" ที่แท้จริง

อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี? นักจุลชีววิทยาไขคำตอบ เฉลยต้นตอ "กลิ่นตัว" ที่แท้จริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี? นักจุลชีววิทยาไขคำตอบ พร้อมเฉลยต้นตอ "กลิ่นตัว" ที่แท้จริง

คำถามที่หลายคนเถียงกันมานานว่า อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี กันแน่ จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องความเคยชินหรือความรู้สึกสดชื่นเท่านั้น แต่นักจุลชีววิทยาชี้ว่า เวลาอาบน้ำสัมพันธ์กับแบคทีเรียบนผิว กลิ่นตัว รวมถึงความสะอาดของที่นอนและความเสี่ยงภูมิแพ้ด้วย บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การอาบน้ำตอนเช้าอาจช่วยให้ร่างกายรู้สึกสะอาด สดชื่น และลดโอกาสเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ตลอดวันมากกว่าที่คิด

กลิ่นตัวจริงๆ ไม่ได้มาจากเหงื่อ แต่มาจากแบคทีเรียบนผิว

หลายคนมักเข้าใจว่า ยิ่งเหงื่อออกมาก กลิ่นตัวยิ่งแรง แต่ในมุมมองของนักจุลชีววิทยา เหงื่อสดๆ แทบไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เลย สิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนคือแบคทีเรียบนผิวหนัง โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ที่ย่อยสลายเหงื่อแล้วสร้างสารประกอบกำมะถันออกมา จึงกลายเป็นกลิ่นตัวที่เรารับรู้ได้ชัดเจน

การอาบน้ำไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น จึงมีบทบาทสำคัญในการชำระล้างเหงื่อ ไขมัน และสิ่งสกปรกบนผิว เพื่อลดจำนวนแบคทีเรียที่เป็นตัวการสร้างกลิ่น ยิ่งในคนที่มีกิจกรรมระหว่างวันมาก เหงื่อออกง่าย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น การล้างตัวให้สะอาดยิ่งช่วยลดโอกาสเกิดการระคายเคืองและผื่นผิวหนังได้

อาบน้ำตอนเย็นดีจริง แต่เตียงนอนอาจทำให้กลับมามีกลิ่นตัว

ในช่วงกลางวัน ร่างกายและเส้นผมของเราสัมผัสกับฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ เหงื่อ และไขมันจากผิว แม้จะมีเสื้อผ้าช่วยกั้น แต่สิ่งสกปรกจำนวนหนึ่งยังถูกถ่ายเทไปสู่ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนได้อยู่ดี การอาบน้ำตอนกลางคืนจึงช่วยล้างสิ่งที่สะสมมาตลอดวันออกไป ทำให้เข้านอนด้วยสภาพร่างกายที่รู้สึกสะอาดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนอนหลับ ร่างกายยังคงขับเหงื่อและน้ำมันตามผิวหนังต่อไป ขณะเดียวกัน แบคทีเรียบนผิวก็ยังสามารถเพิ่มจำนวนได้บนที่นอนและปลอกหมอน หากผ้าปูที่นอนไม่ได้ซักบ่อยพอ คราบเหงื่อ ขุยผิวหนัง และมูลไรฝุ่นที่สะสมอยู่ อาจย้อนกลับมาติดบนผิวของเราอีกครั้ง และกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้มีกลิ่นตัวหรืออาการแพ้ในวันถัดไป

iStockphoto

ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงมองว่า “อาบน้ำตอนเช้า” ได้เปรียบกว่า

จากมุมมองของนักจุลชีววิทยา การอาบน้ำตอนเช้าช่วยล้างเหงื่อ แบคทีเรีย และเซลล์ผิวที่หลุดลอกออกมาตลอดคืนให้หมดไปก่อนเริ่มวันใหม่ เมื่อสวมเสื้อผ้าสะอาดในผิวที่เพิ่งอาบเสร็จ ปริมาณจุลินทรีย์ที่ติดไปกับเนื้อผ้าจะน้อยลง ส่งผลให้มีโอกาสเกิดกลิ่นตัวช้าลง เพราะแบคทีเรียมี “วัตถุดิบ” ให้ย่อยสลายน้อยกว่า

การอาบน้ำตอนเช้ายังช่วยให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวและสดชื่น เหมือนเป็นการ “รีเซ็ต” ความสะอาดของผิวก่อนออกไปเจอสภาพแวดล้อมภายนอก นอกจากนี้ การชำระล้างสิ่งที่สะสมมาจากการนอนทั้งคืน ยังช่วยลดโอกาสที่แบคทีเรียจะย่อยสลายเหงื่อต่อเนื่องตลอดทั้งวันจนเกิดกลิ่นตัวได้เร็ว

อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี ขึ้นกับไลฟ์สไตล์ แต่มีหลักที่ควรรู้

แม้นักวิชาการจะค่อนข้างเอนเอียงไปทางการอาบน้ำตอนเช้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการอาบตอนเย็นไม่มีประโยชน์ เพราะสำหรับคนที่ออกกำลังกาย เดินทางกลางแดดทั้งวัน หรือทำงานในที่ที่มีฝุ่นและมลภาวะ การอาบน้ำตอนเย็นยังจำเป็นต่อสุขอนามัยของผิวและคุณภาพการนอนหลับ

คำตอบของคำถามที่ว่า อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี จึงอาจไม่ใช่ “อย่างใดอย่างหนึ่ง” เสมอไป หลายคนอาจเลือกอาบวันละสองครั้ง ในแบบที่ไม่ทำร้ายผิวมากเกินไป เช่น ใช้สบู่อ่อนโยน หรือบางวันอาบเช้า บางวันอาบเย็นตามกิจกรรม แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน การจัดการเรื่องผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนให้สะอาด ก็เป็นอีกครึ่งหนึ่งของสมการที่สำคัญไม่แพ้กัน

ซักผ้าปูที่นอนสัปดาห์ละครั้ง ลดทั้งกลิ่นตัวและภูมิแพ้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ต่อให้เราอาบน้ำสะอาดแค่ไหน หากผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนไม่ได้ซักอย่างสม่ำเสมอ แบคทีเรีย ไรฝุ่น สปอร์เชื้อรา และขุยผิวหนังที่สะสมอยู่ ก็สามารถกลับมาติดที่ผิวและทางเดินหายใจได้อีก การดูแลที่นอนให้สะอาดจึงช่วยลดทั้งกลิ่นตัว ภูมิแพ้ และอาการคัดจมูกหรือไอในตอนกลางคืน

เคล็ดลับดูแลที่นอนและห้องนอนให้สะอาดมากขึ้น

เพื่อให้การเลือก อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี มีประสิทธิภาพเต็มที่ ลองเสริมด้วยการดูแลที่นอนตามนี้

  • ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีเหงื่อออกมากหรือมีโรคภูมิแพ้
  • หมั่นเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ลดความอับชื้นที่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อราและไรฝุ่น
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารบนเตียง เพื่อไม่ให้เศษอาหารเป็นอาหารของแมลงและจุลินทรีย์
  • หากมีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืด ควรเลือกปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนที่ออกแบบมาเพื่อลดไรฝุ่นโดยเฉพาะ

สรุป: เลือกเวลาอาบให้เหมาะ แถมดูแลเตียงให้สะอาด สุขภาพก็ได้ กลิ่นตัวก็ดีขึ้น

จากมุมมองทางจุลชีววิทยา การอาบน้ำตอนเช้าช่วยล้างเหงื่อและแบคทีเรียที่สะสมบนผิวตลอดคืน ทำให้รู้สึกสะอาดและลดโอกาสเกิดกลิ่นตัวได้ยาวนานตลอดวัน จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า “เช้าคะแนนนำ” ในการตอบโจทย์ว่า อาบน้ำตอนเช้าหรือตอนเย็นดี อย่างไรก็ตาม การอาบตอนเย็นก็ยังสำคัญสำหรับคนที่เผชิญมลภาวะหรือเหงื่อมากในระหว่างวัน

ท้ายที่สุด คำตอบที่ดีที่สุดคือเลือกเวลาอาบให้เหมาะกับร่างกาย ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพผิวของตัวเอง ควบคู่กับการซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผิวสะอาด เตียงสะอาด และห้องนอนอากาศถ่ายเท ก็จะช่วยให้ทั้งสุขภาพกาย คุณภาพการนอน และความมั่นใจเรื่องกลิ่นตัวดีขึ้นในระยะยาว

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล