ย้อนมิตรภาพจาก "ไทย" ในสงครามเกาหลี สร้างอะไรไว้ตรึงใจ ทำไม 70 ปี บุญคุณยังไม่ลืม?!

เปิดหน้าประวัติศาสตร์ "เลือดแลกเลือด" ทำไมเกาหลีถึงรักไทย? ย้อนรอย 70 ปี มิตรภาพที่สร้างจาก "ข้าวและกระสุน"
ท่ามกลางกระแสข่าวสถานการณ์ชายแดนไทยที่กำลังร้อนระอุ สิ่งหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจและประทับใจให้กับคนไทย คือปรากฏการณ์ธารน้ำใจ "คอมเมนต์จากชาวเกาหลีใต้" ที่หลั่งไหลเข้ามาส่งกำลังใจและประกาศจุดยืน "เลือกข้างไทย" อย่างชัดเจนบนโลกโซเชียล
คำถามคือ... ทำไมประเทศที่อยู่ห่างออกไปกว่า 3,000 กิโลเมตร ถึงมีความผูกพันลึกซึ้งกับเราขนาดนี้? หลายคนอาจสงสัยว่า เหตุใดประเทศที่ก้าวหน้าเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ถึงยังคงจดจำและให้เกียรติประเทศไทยในฐานะ "พี่น้องร่วมสายเลือด" เสมอมา
คำตอบไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้ และไม่ได้อยู่แค่ในตำราเรียน แต่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นปู่ย่าตายายชาวเกาหลี ถูกจารึกไว้ด้วย "เลือดเนื้อและชีวิต" ของทหารไทยเมื่อกว่า 70 ปีก่อน ในสมรภูมิที่ชื่อว่า "สงครามเกาหลี" ว่าในวันที่พวกเขากำลังจะสิ้นชาติ มีมิตรประเทศหนึ่งจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นชาติแรก...
และนี่คือ 3 หน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกาหลี "ไม่มีวันลืม" บุญคุณไทย
1. "ชาติแรกในเอเชีย" กับข้าวสาร 40,000 ตันที่ต่อชีวิต
เมื่อสงครามเกาหลีปะทุขึ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1950 คาบสมุทรเกาหลีเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ในขณะที่หลายประเทศยังลังเล "ประเทศไทย" ภายใต้การนำของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยเป็น ชาติแรกในเอเชีย ที่ประกาศส่งกำลังทหารเข้าร่วมรบกับกองกำลังสหประชาชาติ เพื่อปกป้องเสรีภาพของเกาหลีใต้
แต่สิ่งที่กินใจชาวเกาหลีมากกว่ากระสุนปืน คือ "ข้าวสาร 40,000 ตัน" ที่รัฐบาลไทยส่งไปช่วยเหลือทันที ในยุคที่คนเกาหลีกำลังอดอยากแสนสาหัสจากภัยสงคราม ข้าวจากไทยคือสิ่งที่ต่อลมหายใจให้พวกเขามีแรงสู้ต่อ ความช่วยเหลือที่รวดเร็วและจริงใจในยามยากที่สุดนี้ คือจุดเริ่มต้นของคำว่า "มหามิตร"
2. ตำนาน "พยัคฆ์น้อย" (Little Tiger) ณ เขาพอร์กช็อป
วีรกรรมที่ถูกจารึกไว้ในทำเนียบรุ่นเกียรติยศของกองทัพโลก เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1952 ณ สมรภูมิ "เขาพอร์กช็อป" (Pork Chop Hill)
ทหารไทยจาก "กรมผสมที่ 21" ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังข้าศึกที่มีจำนวนมากกว่ามหาศาล ท่ามกลางพายุหิมะที่หนาวเหน็บและภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคย ทหารไทยสู้ยิบตาด้วยการรบระยะประชิด จนสามารถรักษาที่มั่นไว้ได้สำเร็จ
"ทหารไทยตัวเล็กนิดเดียว แต่สู้เหมือนเสือ" (Small but dangerous like a tiger)
นี่คือคำยกย่องจาก พลเอก เจมส์ แวน ฟลีต (Gen. James Van Fleet) แม่ทัพสหรัฐฯ จนกลายเป็นที่มาของฉายา "พยัคฆ์น้อย" (Little Tiger) ที่คนเกาหลียังคงเล่าขานถึงความกล้าหาญนี้สืบต่อกันมา
3. หัวใจที่อ่อนโยนในสนามรบ
นอกจากการสู้รบ สิ่งที่ทำให้ทหารไทยครองใจชาวบ้านเกาหลีคือ "ความเอื้อเฟื้อ" มีบันทึกและภาพถ่ายมากมายที่แสดงให้เห็นทหารไทยแบ่งปันเสบียงอาหารให้เด็กกำพร้าและคนชราชาวเกาหลี รวมถึงช่วยรักษาพยาบาลชาวบ้านที่เจ็บป่วยในพื้นที่ขัดแย้ง
ความผูกพันนี้แน่นแฟ้นจนมีเรื่องเล่าว่า เมื่อถึงเวลาที่ทหารไทยผลัดเปลี่ยนกำลังเดินทางกลับ ชาวบ้านเกาหลีต่างพากันออกมาส่ง ร้องไห้ และตะโกนคำว่า "ขอบคุณ" ตลอดสองข้างทาง
- "นายรอด" คือใคร? สงครามเกาหลี ทหารไทยสละชีพ 129 นาย แต่เขาคือ "คนแรก" ที่ได้ฝังในสุสาน UN ปูซาน
- ดูเป็นล้าน! สื่อโสมตีข่าวสู้รบ "ไทย-เขมร" ส่องคอมเมนต์แล้วฮีลใจ เลือกข้างเสียงไม่แตก!!!
บทสรุป: มรดกแห่งความทรงจำ
สงครามเกาหลีจบลงด้วยการสูญเสียทหารไทยรวม 136 นาย และบาดเจ็บกว่า 1,100 นาย แต่การเสียสละนั้นไม่สูญเปล่า
ทุกวันนี้ ที่เมืองโพชอน (Pocheon) ประเทศเกาหลีใต้ ยังมี "อนุสาวรีย์ทหารไทย" ตั้งตระหง่าน รัฐบาลเกาหลีใต้ยังคงเชิญทหารผ่านศึกไทยและทายาทไปร่วมพิธีรำลึกเกียรติยศทุกปี พร้อมมอบทุนการศึกษาให้ลูกหลานทหารผ่านศึกไทยอย่างต่อเนื่อง
คำว่า "อารีดัง" ที่ทหารไทยเคยร้องร่วมกับชาวเกาหลีในหลุมหลบภัย อาจจะเลือนรางไปตามกาลเวลา แต่ความรู้สึกที่ว่า "ในวันที่เราไม่มีใคร ไทยคือเพื่อนที่เข้ามาช่วย" ยังคงชัดเจนในใจคนเกาหลี และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม... มิตรภาพระหว่างสองชาตินี้ จึงไม่มีวันถูกทำลายได้
อ้างอิงข้อมูล: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล

อัลบั้มภาพ 46 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





