เปิดผลวิจัย 5 ประเทศ “หลงตัวเอง” ที่สุดในโลก เอเชียมาแรงมาก

เปิดผลวิจัย 5 ประเทศ “หลงตัวเอง” ที่สุดในโลก เอเชียมาแรงมาก

เปิดผลวิจัย 5 ประเทศ “หลงตัวเอง” ที่สุดในโลก เอเชียมาแรงมาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผลวิจัยด้านบุคลิกภาพ เปิดชื่อ 5 ประเทศที่ “หลงตัวเอง” สูงที่สุดในโลก เอเชียมาแรงมาก

เมื่อพูดถึง "ความหลงตัวเอง" (Narcissism) หลายคนมักนึกถึงภาพของคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนที่ทำงานในวงการบันเทิงและธุรกิจที่ต้องใช้ความมั่นใจสูง ล่าสุด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต (Michigan State University) ได้ทำการศึกษาเจาะลึกในหัวข้อนี้ และพบว่าความหลงตัวเองเป็นลักษณะพื้นฐานของมนุษย์ที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกันทั่วโลก

การศึกษานี้ถือเป็นหนึ่งในงานวิจัยด้านบุคลิกภาพที่ใหญ่ที่สุด โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 45,000 คน ใน 53 พื้นที่ทั่วโลก เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความหลงตัวเองกับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ วัฒนธรรม และสภาพเศรษฐกิจ

5 อันดับประเทศที่ "หลงตัวเอง" สูงที่สุด

ผลการวิจัยได้จัดอันดับประเทศที่มีคะแนนความหลงตัวเอง (Narcissism) โดยเฉลี่ยสูงที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศจากหลากหลายทวีป ดังนี้:

  • เยอรมนี
  • อิรัก
  • จีน
  • เนปาล
  • เกาหลีใต้

ในทางตรงกันข้าม ประเทศที่มีคะแนนความหลงตัวเอง ต่ำที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เซอร์เบีย, ไอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก ซึ่งผลลัพธ์นี้สร้างความประหลาดใจเล็กน้อยที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ติดอยู่ในกลุ่มผู้นำด้านความหลงตัวเองอย่างที่หลายคนคาดคิด

คนอายุน้อย "หลงตัวเอง" มากกว่าคนแก่ จริงหรือ?

สิ่งที่น่าสนใจจากการศึกษานี้คือ การค้นพบรูปแบบที่เหมือนกันทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในวัฒนธรรมแบบไหน นั่นคือ "คนอายุน้อยมักจะหลงตัวเองมากกว่าคนอายุเยอะ" และโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะหลงตัวเองมากกว่าผู้หญิง

วิลเลียม โชปิก (William Chopik) หนึ่งในทีมวิจัยระบุว่า แม้ผู้คนในประเทศที่มี GDP สูงจะมีแนวโน้มหลงตัวเองมากกว่า แต่ปัจจัยเรื่อง "ช่วงวัย" กลับมีอิทธิพลมากกว่าเชื้อชาติ นั่นหมายความว่าการเป็นวัยรุ่นหรือคนหนุ่มสาว มักมาคู่กับการโฟกัสที่ตัวเองและความเชื่อมั่นในตนเองที่สูงกว่าความเป็นจริงเสมอ

วัฒนธรรมอาจไม่ได้มีผลมากอย่างที่คิด

เดิมทีเรามักเชื่อว่าวัฒนธรรมแบบ "ปัจเจกนิยม" (เน้นตัวเอง) กับ "พหุนิยม" (เน้นส่วนรวม) มีผลต่อระดับความหลงตัวเอง แต่การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่ในประเทศที่เน้นการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม (เช่น จีน หรือ เกาหลีใต้) ก็ไม่ได้ช่วยยับยั้งพฤติกรรมยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางได้

บทสรุป

งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความหลงตัวเอง" อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเติบโตทางชีวภาพมากกว่าผลพวงทางวัฒนธรรม การที่คนรุ่นใหม่มีความมั่นใจในตัวเองสูงถือเป็นเรื่องปกติของช่วงวัย และเมื่อเติบโตขึ้น มุมมองที่มีต่อโลกและคนรอบข้างก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามวุฒิภาวะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล