จุกอก! เจอ "คำด่า" บนเสื้อลูก 9 ขวบ ห้ามแม่เอาเรื่อง แต่โชว์วิธี "แก้เผ็ด" ที่ผู้ใหญ่ต้องกราบ

จุกอก! เจอ "คำด่า" บนเสื้อลูก 9 ขวบ ห้ามแม่เอาเรื่อง แต่โชว์วิธี "แก้เผ็ด" ที่ผู้ใหญ่ต้องกราบ

จุกอก! เจอ "คำด่า" บนเสื้อลูก 9 ขวบ ห้ามแม่เอาเรื่อง แต่โชว์วิธี "แก้เผ็ด" ที่ผู้ใหญ่ต้องกราบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แม่น้ำตาไหล เห็น "อักษรปริศนา" บนหลังเสื้อลูกวัย 9 ขวบ จะเอาเรื่องแต่ลูกห้ามไว้ ก่อนโชว์สกิล "เชือดนิ่มๆ" จนเพื่อนทั้งห้องก้มหน้าสำนึกผิด

ความเก่งกล้าและวุฒิภาวะของเด็กชายวัยเพียง 9 ขวบ ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนต้องอึ้ง เมื่อเขาสามารถจัดการปัญหา "การบูลลี่ในโรงเรียน" ได้ด้วยตัวเองอย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่ปลายเล็บ

ในยุคที่ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนเป็นเรื่องที่พ่อแม่กังวลใจ หลายคนสอนลูกให้ "สู้กลับ" แต่บางครั้งการใช้ความรุนแรงตอบโต้ก็อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ท่ามกลางคำถามที่ไร้คำตอบ เด็กชายคนหนึ่งในเมืองซีอาน ประเทศจีน ได้พิสูจน์ให้เห็นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า "คำพูดที่ออกมาจากใจ" ทรงพลังกว่าหมัดมวยเสมอ

รหัสลับบนเสื้อนักเรียน และหัวใจที่แหลกสลายของแม่

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อลูกชายกลับมาจากโรงเรียนและถอดเสื้อคลุมยูนิฟอร์มให้แม่ดู บนแผ่นหลังของเสื้อ มีรอยปากกาเมจิกสีดำเขียนตัวอักษรจีนคำว่า "2B" (二逼 - èr bī) ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคำแสลงที่มีความหมายหยาบคาย แปลว่า "ไอ้โง่" หรือ "ปัญญาอ่อน"

เมื่อแม่รู้ว่าลูกต้องทนใส่เสื้อที่มีคำด่าประจานอยู่กลางหลังมาถึง 2 วันเต็มๆ เธอก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จินตนาการไม่ออกเลยว่าลูกต้องเจอสายตาดูถูกและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากเพื่อนๆ มากแค่ไหน

ด้วยความโกรธจัด แม่เตรียมจะคว้าโทรศัพท์โทรหาครูประจำชั้นเพื่อเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ลูกชายกลับห้ามไว้ด้วยเหตุผลที่ทำเอาแม่จุกในอก:

"แม่ครับ ผมไม่ได้บอกแม่เพราะกลัวแม่ลำบากใจ บ้านเรามีเสื้อกันหนาวตัวนี้แค่ตัวเดียว ถ้าเอาไปซักแล้วผมจะใส่อะไร? อีกอย่าง ผมกลัวว่าถ้าแม่เห็น แม่จะโกรธแล้วรีบไปทะเลาะกับคนที่โรงเรียน... เรื่องนี้แม่ไม่ต้องยุ่งนะครับ ผมขอจัดการด้วยตัวเอง"

ปฏิบัติการ "เชือดนิ่ม" กลางห้องเรียน

ในคาบโฮมรูมวันศุกร์ เมื่อครูประจำชั้นเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น เด็กชายผู้เงียบขรึมคนนี้ก็ลุกขึ้นยืน ท่ามกลางความเงียบกริบของเพื่อนร่วมห้อง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่แกล้งเขาเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้

เขาไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย และไม่ได้โวยวายด้วยความโกรธ แต่เขาถอดเสื้อคลุมที่มีคำด่าว่า "ไอ้โง่" ชูขึ้นให้ทุกคนดู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นว่า:

"สองวันที่ผ่านมา มีคนเขียนคำไม่ดีบนเสื้อของผม และก็มีเพื่อนหลายคนหัวเราะเยาะผม... ผมแค่อยากจะถามว่า ถ้าพวกคุณถูกกระทำแบบนี้ โดนล้อเลียนแบบนี้ พวกคุณจะยังมีความสุขอยู่ไหม?"

ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

สิ้นเสียงคำถาม บรรยากาศในห้องเงียบสงัด ผ่านไปไม่กี่วินาที เสียงคำว่า "ขอโทษ" ก็เริ่มดังขึ้นจากจุดเล็กๆ จนกระทั่งเพื่อนๆ ที่เคยแกล้งและล้อเลียนเขา ต่างพากันลุกขึ้นมาขอโทษอย่างจริงใจด้วยความรู้สึกผิด

วิธีนี้ทรงพลังยิ่งกว่าการฟ้องครูหรือให้พ่อแม่มาจัดการ เพราะมันคือการ "ปลุกจิตสำนึก" ให้เพื่อนร่วมห้องได้ตระหนักถึงความเจ็บปวดของคนอื่นด้วยตัวเอง แม้แต่พ่อแม่ของเด็กที่แกล้งเมื่อทราบเรื่องยังต้องชื่นชมว่า "เด็กคนนี้ทำในสิ่งที่แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราบางคนยังไม่กล้าทำ"

บทเรียนล้ำค่าสำหรับพ่อแม่

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การรับมือกับการกลั่นแกล้ง ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการใช้ความรุนแรงตอบโต้เสมอไป การที่เด็กคนหนึ่งสามารถเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมได้อย่างสง่างามและมีสติเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึง "รากฐานครอบครัวที่แข็งแกร่ง"

เพราะพ่อแม่ที่รับฟังและให้อิสระลูกในการแก้ปัญหา คือเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ลูกเติบโตมาเป็นคนที่มีหัวใจเข้มแข็งและเปี่ยมด้วยปัญญาเช่นนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล