ทัวร์ลงฟรี! จบ ม.ท็อปมา "ขับไรเดอร์" โดนแซะตกอับ แต่เห็นเงินในบัญชี...ถึงกับขอขมา

ทัวร์ลงฟรี! จบ ม.ท็อปมา "ขับไรเดอร์" โดนแซะตกอับ แต่เห็นเงินในบัญชี...ถึงกับขอขมา

ทัวร์ลงฟรี! จบ ม.ท็อปมา "ขับไรเดอร์" โดนแซะตกอับ แต่เห็นเงินในบัญชี...ถึงกับขอขมา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หนุ่มจีนจบ ม.ดัง ผันตัวเป็น "ไรเดอร์" โดนดูถูกยับว่าเรียนมาเสียเปล่า ก่อนงัดรายได้โชว์ ทำเอาคนวิจารณ์ต้องขอโทษ

เงินเดือน 15,000 หลบไป! เปิดรายได้ "ไรเดอร์ดีกรีปริญญา" ขยันถูกที่ 3 ปีมีเงินล้าน ใครว่าเรียนสูงเสียเปล่า?

เรื่องราวของบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องมาทำงานไม่ตรงสาย หรือผันตัวมาเป็นพนักงานส่งของ (Shipper/Rider) ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ทำงานนั้นจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ

ในยุคที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงลิบลิ่วและเศรษฐกิจผันผวน "ใบปริญญา" อาจไม่ใช่ตั๋วทองในการการันตีงานทำเหมือนในอดีต ล่าสุดในโลกโซเชียลมีเดียของจีนได้มีการแชร์เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเทียนจิน (Tianjin University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อป (โครงการ 985) ของประเทศ แต่กลับเลือกสวมเสื้อกั๊กออกไปวิ่งส่งของ

คำครหา: "เรียนสูงเสียเปล่า"

ในสายตาคนทั่วไป งานส่งของมักถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาสูง ใครๆ ก็ทำได้ ทำให้การที่บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังลงมาทำอาชีพนี้ กลายเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก ชาวเน็ตหลายคนมองว่าเขา "ไม่มีความอดทน" หรือ "ไม่พยายามหางานออฟฟิศดีๆ" ให้สมกับเกียรติสถาบัน

ความจริงอีกด้าน: จบ "โลจิสติกส์" มาทำ "โลจิสติกส์"

ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ ชายหนุ่มคนนี้เรียนจบมาในสาขา "โลจิสติกส์" โดยตรง แต่เนื่องจากโอกาสงานในสายงานบริหารที่ตรงวุฒินั้นหายากมากในช่วงนี้ เพื่อความอยู่รอด เขาจึงตัดสินใจทำงานเป็นพนักงานส่งของมาตลอด 3 ปี

เปิดรายได้ที...มีสะดุ้ง!

แม้จะดูเป็นงานที่เหนื่อยยาก แต่ตัวเลขในบัญชีธนาคารกลับสวนทางกับคำดูถูก ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนทำงานออฟฟิศได้รับเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 3,000 หยวน (ประมาณ 14,000 บาท) แต่พ่อหนุ่มไรเดอร์คนนี้ทำรายได้รวมตลอด 3 ปีไปถึง 400,000 หยวน (ประมาณ 1.9 ล้านบาท)

เมื่อเฉลี่ยแล้ว เขามีรายได้ตกเดือนละประมาณ 11,000 หยวน (กว่า 52,000 บาท) ซึ่งมากกว่าเงินเดือนเพื่อนร่วมรุ่นถึง 3-4 เท่า! เจ้าตัวเผยทัศนคติสั้นๆ แต่อิมแพ็คแรงว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการหาเงิน เพราะเงินสมัยนี้มันหายาก"

ดราม่าเสียงแตก: เสียดายวิชา หรือ ชีวิตต้องรอด?

หลังจากตัวเลขรายได้ถูกเปิดเผย กระแสวิจารณ์ก็ตีกลับทันที แม้จะมีบางส่วนที่ยังมองว่าเขาทิ้งโอกาสก้าวหน้าในระยะยาวและเสียดายเวลาเรียน 4 ปี แต่ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในการตัดสินใจที่ "อยู่บนโลกความเป็นจริง"

หลายคอมเมนต์ระบุว่า "เมื่อท้องหิว อุดมการณ์ก็กินไม่ได้" และ "งานสุจริตที่ทำแล้วได้เงินเยอะขนาดนี้ จะอายทำไม" อย่างไรก็ตาม การทำงานผิดสายงานเป็นเวลานานอาจทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาทักษะเฉพาะทาง แต่สำหรับหนุ่มคนนี้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหาเงินก้อนโตได้ก่อน ก็ถือเป็นความสำเร็จในรูปแบบหนึ่ง

สรุปแล้ว ไม่มีใครตัดสินได้ว่าเส้นทางของใครถูกหรือผิด เพราะสุดท้ายทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่ออนาคตในแบบของตัวเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล