ไขปริศนา 5 หมื่นปี การหายตัวไปของ "ฮอบบิท" ญาติสนิทสุดท้ายของมนุษย์

ไขปริศนา 5 หมื่นปี การหายตัวไปของ "ฮอบบิท" ญาติสนิทสุดท้ายของมนุษย์

ไขปริศนา 5 หมื่นปี การหายตัวไปของ "ฮอบบิท" ญาติสนิทสุดท้ายของมนุษย์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขปริศนา 5 หมื่นปี! การหายตัวไปของมนุษย์ "ฮอบบิท" งานวิจัยใหม่ชี้ "ภัยแล้ง" คือจุดจบ

หนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการมานุษยวิทยา คือการหายตัวไปอย่างลึกลับของ "มนุษย์ฟลอเรส" (Homo floresiensis) หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า "ฮอบบิท" สายพันธุ์มนุษย์โบราณญาติสนิทร่างจิ๋วของมนุษย์ที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะฟลอเรส ประเทศอินโดนีเซีย มานานกว่าล้านปี ก่อนจะสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 50,000 ปีก่อน

ล่าสุด มีการเปิดเผยงานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่า "ภัยแล้งที่รุนแรง" ซึ่งเริ่มต้นเมื่อประมาณ 61,000 ปีก่อน อาจเป็นสาเหตุหลักที่บีบให้มนุษย์ฮอบบิทต้องทิ้งถิ่นฐานและนำไปสู่จุดจบในที่สุด

ฮอบบิท คือใคร?

ฮอบบิท (Homo floresiensis) หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า "มนุษย์ฟลอเรส" เป็นมนุษย์โบราณที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะฟลอเรสในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีลักษณะร่างกายที่เล็กมากจนได้รับชื่อว่า "ฮอบบิท" เพราะมีความคล้ายคลึงกับตัวละครฮอบบิทในนิยายของ J.R.R. Tolkien โดยมีความสูงประมาณ 1 เมตร และ สมองมีขนาดประมาณ 380-420 ซีซี ซึ่งเล็กกว่ามนุษย์ยุคปัจจุบัน (Homo sapiens)

ฮอบบิทเป็น ญาติสนิท ของมนุษย์ปัจจุบัน (Homo sapiens) โดยมีบรรพบุรุษร่วมกับ Homo erectus (มนุษย์ที่เดินได้ตรง) และมีวิวัฒนาการแยกกันในช่วงเวลาเดียวกัน

Wikimediaโครงกระดูก LB1 เป็นฟอสซิล Homo floresiensis ที่สมบูรณ์ที่สุดที่ค้นพบจนถึงปัจจุบัน ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่พบมีความสูงเพียง 1.05 เมตร และอาจมีอายุประมาณ 30 ปีเมื่อเธอเสียชีวิต

หลักฐานจาก "หินงอก" เผยบันทึกสภาพอากาศโบราณ

ทีมนักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิเคราะห์ "หินงอก" ในถ้ำเหลียงลูอาร์ (Liang Luar) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากถ้ำที่ค้นพบฟอสซิลมนุษย์ฮอบบิท การวิเคราะห์ชั้นหินและแร่ธาตุทำให้พวกเขาสามารถย้อนรอยประวัติศาสตร์สภาพภูมิอากาศได้อย่างแม่นยำ

ผลการศึกษาแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคชุ่มชื้น (91,000-76,000 ปีก่อน), ยุคฤดูกาลปกติ (76,000-61,000 ปีก่อน) ซึ่งเป็นช่วงที่มนุษย์ฮอบบิทและสัตว์ป่าเจริญเติบโตได้ดีที่สุด และสุดท้ายคือ ยุคแห้งแล้งรุนแรง (61,000-47,000 ปีก่อน) ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่พวกเขาเริ่มหายไป

Wikimedia การจำลองชิ้นส่วนกะโหลกฟอสซิลของ Homo floresiensis เกือบสมบูรณ์ แสดงให้เห็นถึงการมี แนวกระดูกคิ้ว ที่ค่อนข้างใหญ่ของสายพันธุ์นี้ มนุษย์โบราณชนิดนี้มีขนาดของสมองเล็ก โดยสมองของมันมีขนาดใกล้เคียงกับสมองของชิมแปนซีและออสตราโลพิธีคีนส์ (Australopithecines) ที่เล็กที่สุด

เมื่อน้ำแห้ง ช้างแคระย้ายหนี ฮอบบิทต้องตามไป

ความแห้งแล้งที่ยาวนานทำให้อาหารและแหล่งน้ำในหุบเขาเริ่มขาดแคลน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "ช้างแคระ" (Pygmy Stegodon) ซึ่งเป็นเหยื่อหลักในการล่าอาหารของมนุษย์ฮอบบิท เมื่อสัตว์เหล่านี้ต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อหาแหล่งน้ำใหม่ มนุษย์ฮอบบิทจึงจำต้องทิ้งถ้ำที่ปลอดภัยเพื่อติดตามแหล่งอาหารไป

การเผชิญหน้ากับ "โฮโม เซเปียนส์" และภูเขาไฟระเบิด

การอพยพออกจากที่มั่นเดิมอาจทำให้มนุษย์ฮอบบิทต้องเดินทางลงไปยังพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เผชิญหน้ากับ "โฮโม เซเปียนส์" (Homo sapiens) หรือมนุษย์ยุคปัจจุบัน ที่เริ่มเดินทางมาถึงเกาะแห่งนี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร ความขัดแย้ง หรือโรคระบาด

นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบชั้นเถ้าภูเขาไฟทับถมอยู่บนฟอสซิลชุดสุดท้ายที่มีอายุราว 50,000 ปี ซึ่งอาจเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" ที่ซ้ำเติมสถานการณ์ แต่รากเหง้าของปัญหาจริงๆ นั้นเริ่มมาจากวิกฤตสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เราเห็นว่าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินั้นเปราะบางเพียงใดเมื่อต้องเผชิญกับธรรมชาติ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล