"โรคหนังแข็ง" คืออะไร? โรคลึกลับที่ไม่ใช่แค่เรื่องผิวหนัง แต่ทำลายทุกระบบร่างกาย

โรคหนังแข็งคืออะไร? ไขคำตอบโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ทำให้ผิวแข็งและอวัยวะเสียหาย
โรคหนังแข็ง (Scleroderma) เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนมากเกินไปจนสะสมที่ผิวหนังและอวัยวะภายใน ส่งผลให้เนื้อเยื่อแข็ง หนาตัว และขาดความยืดหยุ่น โดยแพทย์ระบุว่าโรคนี้สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบต่างๆ ของร่างกายหากไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

โรคหนังแข็งมีกี่ประเภท?
ผู้เชี่ยวชาญแบ่งโรคหนังแข็งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะการเกิดโรค ได้แก่:
1. โรคหนังแข็งเฉพาะที่ (Localized Scleroderma)
Morphea: ผิวหนังแข็งเป็นวงหรือรูปไข่ สีเข้มหรืออ่อนผิดปกติ
Linear Scleroderma: ผิวหนังแข็งเป็นเส้นยาว มักพบบริเวณแขน ขา หรือหน้าผาก (พบบ่อยในเด็ก)
2. โรคหนังแข็งชนิดซิสเต็มมิค (Systemic Sclerosis)
เป็นชนิดที่รุนแรงกว่าเพราะมีผลต่ออวัยวะภายใน
Limited Cutaneous: ผิวแข็งเฉพาะที่ปลายมือ ปลายเท้า และใบหน้า การดำเนินของโรคจะช้า
Diffuse Cutaneous: ผิวแข็งลามเป็นบริเวณกว้างถึงลำตัว แขน ขา มีความเสี่ยงรุนแรงต่อปอด หัวใจ และไต

อาการที่ควรสังเกต
1. อาการทางผิวหนัง
ผิวหนังแข็ง ตึง หนาตัว สีผิดปกติ ที่ใบหน้าอาจตึงจนคล้ายใส่หน้ากาก (Mask-like face) และอ้าปากได้น้อยลง
2. อาการทางหลอดเลือด
Raynaud’s Phenomenon: ปลายมือเท้าซีด → ม่วงคล้ำ → แดง เมื่อเจอความเย็นหรือเครียด เนื่องจากหลอดเลือดหดตัวรุนแรง
3. อาการทางระบบทางเดินอาหาร
กรดไหลย้อนรุนแรง กลืนลำบาก ท้องอืด ท้องผูก หรือถ่ายเหลว
4. อาการทางปอดและหัวใจ
เหนื่อยง่าย หายใจติดขัดจากพังผืดในปอด ไอแห้ง และความดันเลือดในปอดสูง
5. อาการทางข้อและกล้ามเนื้อ
ปวดข้อ ข้อติด นิ้วมืองอผิดรูปเมื่อโรครุนแรง

การรักษาทำอย่างไร?
แม้ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่แพทย์สามารถควบคุมโรคได้ผ่านแนวทางต่อไปนี้:
- ยาขยายหลอดเลือด ลดอาการปลายมือเท้าซีดและช่วยรักษาแผลปลายนิ้ว
- ยากดภูมิคุ้มกัน ใช้ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือมีอวัยวะภายในเกี่ยวข้อง
- ยาลดกรด แก้อาการกรดไหลย้อน
- กายภาพบำบัด เพื่อยืดเหยียดผิวหนังและข้อต่อ ป้องกันข้อติด
- การดูแลเฉพาะจุด เช่น ยาขับปัสสาวะหรือยาลดความดันหากมีปัญหาที่ไต
วิธีดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยโรคหนังแข็ง
การปรับพฤติกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการลดการกำเริบของอาการ:
- รักษาความอบอุ่น หลีกเลี่ยงอากาศเย็น ใส่ถุงมือ–ถุงเท้า เพื่อลดอาการหลอดเลือดหดตัว
- งดบุหรี่เด็ดขาด เพราะทำให้หลอดเลือดตีบและอาการแย่ลง
- ดูแลผิว ทาโลชั่นสม่ำเสมอเพื่อป้องกันผิวแห้งและแผลหายช้า
- อาหาร: กินมื้อเล็ก–บ่อย ย่อยง่าย เลี่ยงนอนหลังอาหาร 3 ชั่วโมง
- ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อยืดข้อต่อและลดการเกิดพังผืด
คำเตือน: หากพบว่าผิวเริ่มแข็งตึงผิดปกติ หรือมีอาการปลายมือซีดเมื่อโดนความเย็น ควรรีบพบอายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่มเพื่อวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


