หยุดใช้ "น้ำเกลือ" ล้างบลูเบอร์รี่! หมอแนะวิธีที่ถูกต้อง ลดเสี่ยงสารเคมีได้จริง

หยุดใช้ "น้ำเกลือ" ล้างบลูเบอร์รี่! หมอแนะวิธีที่ถูกต้อง ลดเสี่ยงสารเคมีได้จริง

หยุดใช้ "น้ำเกลือ" ล้างบลูเบอร์รี่! หมอแนะวิธีที่ถูกต้อง ลดเสี่ยงสารเคมีได้จริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าล้างบลูเบอร์รี่ด้วยน้ำเกลืออีกต่อไป! แพทย์เผยวิธีล้างที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากสารพิษ

บลูเบอร์รี่ ได้ชื่อว่าเป็น "ซูเปอร์ฟรุต" ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แต่หลายคนยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำความสะอาด โดยเฉพาะการใช้น้ำเกลือล้างเพราะคิดว่าจะช่วยขจัดสารพิษได้ดีกว่า ล่าสุด นพ.หลิว ป๋อเหริน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ได้ออกมาเปิดเผยวิธีที่ถูกต้อง พร้อมเตือนว่าการล้างผิดวิธีอาจทำให้ได้รับสารเคมีมากกว่าเดิม

จิ๋วแต่แจ๋ว! ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ที่ได้รับการยืนยัน

คุณหมอหลิวระบุว่า หัวใจสำคัญของบลูเบอร์รี่อยู่ที่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยต้านการอักเสบและบำรุงหลอดเลือด งานวิจัยในปี 2024 ยืนยันว่าการทานบลูเบอร์รี่ช่วยลดความดันโลหิต เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เสริมความจำ และปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

Dina Nasyrova

ความจริงเรื่อง "สารตกค้าง" และวิธีล้างที่ถูกต้อง

แม้บลูเบอร์รี่จะมีประโยชน์มาก แต่ผู้บริโภคก็ยังกังวลเรื่องสารเคมีตกค้าง จากข้อมูลพบว่าบลูเบอร์รี่ไม่ใช่ผลไม้ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็อาจพบยาฆ่าเชื้อราหรือแมลงได้บ้างขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต สิ่งสำคัญคือ "ห้ามใช้น้ำเกลือ น้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดาแช่ทิ้งไว้" เพราะวิธีนี้ไม่ได้ผลดีไปกว่าน้ำเปล่า แถมยังเสี่ยงทำให้สารเคมีละลายน้ำแล้วซึมกลับเข้าไปในเนื้อผลไม้ ทำให้รสชาติเสียและได้รับสารพิษเพิ่มขึ้น

วิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือ "การล้างด้วยน้ำไหลผ่าน" (Running water) นาน 30-60 วินาที พร้อมกับใช้มือถูเบาๆ หรือกลิ้งผลไม้ในตะแกรงเพื่อเพิ่มแรงเสียดทาน วิธีนี้จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและสารตกค้างออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำลายผิวบอบบางของบลูเบอร์รี่

สรุป: ล้างน้ำเปล่าดีที่สุด

เพื่อความปลอดภัยและคงคุณค่าทางอาหาร แนะนำให้ล้างบลูเบอร์รี่ด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านก่อนรับประทานทันที ไม่ควรล้างแล้วเก็บเข้าตู้เย็นเพราะจะทำให้เน่าเสียเร็ว เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รับประโยชน์จากซูเปอร์ฟรุตชนิดนี้ได้อย่างเต็มที่และสบายใจ

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล