ไม่ใช่แค่กินเค็ม! หมอเตือน "3 เพชฌฆาต" ทำร้ายไตพังเงียบๆ แก่ลงวันละปีไม่รู้ตัว

ไม่ใช่แค่กินเค็ม! หมอเตือน "3 เพชฌฆาต" ทำร้ายไตพังเงียบๆ แก่ลงวันละปีไม่รู้ตัว

ไม่ใช่แค่กินเค็ม! หมอเตือน "3 เพชฌฆาต" ทำร้ายไตพังเงียบๆ แก่ลงวันละปีไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่เพราะกินเค็ม! แพทย์เตือน “3 ตัวการทำลายไต” ทำไตแก่เร็ววันละ 1 ปี

หลายคนยังมีความเชื่อฝังหัวว่า "โรคไตเกิดจากการกินเค็ม" เท่านั้น แต่ความจริงแล้วมีปัจจัยอื่นที่น่ากลัวและรุนแรงกว่าซ่อนอยู่ นพ.หลิว ป๋อเหริน ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ได้ยกเคสอุทาหรณ์ของผู้ป่วยรายหนึ่งที่หายหน้าไป 3 ปี พอกลับมาตรวจอีกครั้งพบว่าโรคไตทรุดหนักจากระยะที่ 3 กลายเป็นระยะที่ 4 อย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากการละเลยการควบคุม "3 ปัจจัยเสี่ยง" ที่เปรียบเสมือนตัวเร่งให้ไตแก่ลงทุกวัน

ภัยเงียบที่น่ากลัวกว่าความเค็ม

หมอหลิวชี้ว่า โรคไตเรื้อรังต่างจากไข้หวัดตรงที่ "ไม่มีอาการเจ็บปวด" ในระยะแรก ไตจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงเงียบๆ จนกระทั่งถึงจุดวิกฤต ผู้ป่วยรายนี้แม้จะเคยได้รับคำแนะนำให้คุมอาหาร ลดเค็ม และเลี่ยงของแปรรูป แต่กลับไม่ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปล่อยปละละเลยเรื่องระดับน้ำตาล ความดัน และไขมัน ซึ่งเป็น "3 เพชฌฆาต" ตัวจริงที่ทำร้ายไตยิ่งกว่าความเค็ม

iStockphoto

เจาะลึก 3 ตัวการร้าย ทำลายไตถาวร

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ไตเสื่อมเร็ว ไม่ได้มีแค่เกลือแกง แต่เกิดจากการคุม "3 สูง" ไม่ได้มาตรฐาน ดังนี้:

1. น้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน)

เบาหวานคือสาเหตุอันดับ 1 ของภาวะไตวายทั่วโลก การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานจะทำให้เส้นเลือดฝอยในไตหนาตัวและแข็งขึ้น สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับหน่วยกรองของไต แม้คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่ในทางสรีรวิทยา "ไตของคุณกำลังแก่ลงวันละ 1 ปี" จากพิษของน้ำตาล

2. ความดันโลหิตสูง

เส้นเลือดในไตนั้นเล็กและบอบบางราวกว่าเส้นผม แรงดันเลือดที่สูงทุกครั้งเปรียบเสมือนการฉีดน้ำแรงดันสูงอัดใส่ท่อขนาดจิ๋ว นานวันเข้าจะทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหาย อักเสบ และแข็งตัว ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงไตได้น้อยลง และค่าไตจะลดต่ำลงเรื่อยๆ

3. ไขมันในเลือดสูง

ไขมันที่สะสมในเลือดจะเร่งให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว เมื่อเลือดไหลเวียนเข้าสู่ไตได้ยากขึ้น ก็เปรียบเสมือนก๊อกน้ำที่ค่อยๆ ถูกบีบให้ไหลช้าลง จนสุดท้ายไตทำงานล้มเหลวเพราะขาดเลือด

Andrea Piacquadio

"น้ำดื่ม" คือฮีโร่ที่ถูกลืม

อีกหนึ่งพฤติกรรมทำร้ายไตคือ "การดื่มน้ำน้อย" หมอหลิวเปรียบเทียบว่า หน้าที่ของไตคือการกรองของเสียและทำให้น้ำเลือดเข้มข้นขึ้น การดื่มน้ำน้อยก็เหมือนกับการพยายามกรองขยะออกจากน้ำโคลนที่ข้นคลั่ก ยิ่งเพิ่มภาระหนักให้ไต เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วและการติดเชื้อ

คนทั่วไปควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 1,500–2,000 ซี.ซี. เพื่อช่วยให้ไตขับของเสียได้สะดวก (ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตระยะท้ายๆ ที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ) การดื่มน้ำให้เพียงพอร่วมกับการคุมน้ำตาล ความดัน และไขมัน คือหัวใจสำคัญ 4 ประการที่จะช่วยยืดอายุไตให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล