แพทย์ไตเตือน! "3 อาหารสีดำ" ที่ช่วยดูแลไตได้จริง อย่าหากิน "ถั่วดำ-งาดำ" บำรุงไต

แพทย์ไตเตือน! "3 อาหารสีดำ" ที่ช่วยดูแลไตได้จริง อย่าหากิน "ถั่วดำ-งาดำ" บำรุงไต

แพทย์ไตเตือน! "3 อาหารสีดำ" ที่ช่วยดูแลไตได้จริง อย่าหากิน "ถั่วดำ-งาดำ" บำรุงไต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แพทย์ไต้หวันเผย “3 อาหารสีดำ” ที่ช่วยดูแลไตได้จริง กินผิดอย่างอันตราย โดยเฉพาะถั่วดำ–งาดำ

ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนมีความเชื่อว่า "อาหารสีดำเข้าสู่ไต" ช่วยบำรุงไตและเสริมสร้างสารจำเป็น แต่ในมุมมองของแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำเป็นต้องจำกัดปริมาณฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโปรตีนอย่างเคร่งครัด ความขัดแย้งนี้ทำให้หลายคนสับสนว่าควรเลือกกินอะไรกันแน่

นพ.หง หย่งเซียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ได้ออกมาไขข้อข้องใจพร้อมคัดกรอง "3 อาหารสีดำ" ที่เป็นมิตรกับไตอย่างแท้จริง โดยเน้นกลุ่มที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมต่ำ เพื่อให้ผู้ป่วยทานได้อย่างสบายใจ

ระวัง! "ถั่วดำ-งาดำ" อาจเป็นระเบิดเวลาสำหรับคนป่วย

หลายคนมักเข้าใจผิดและรีบไปหาซื้อถั่วดำหรืองาดำมากินเพื่อหวังบำรุงร่างกาย แต่แพทย์เตือนว่าสำหรับผู้ป่วยโรคไตแล้ว อาหารเหล่านี้เปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่สูงเกินไป ซึ่งไตของผู้ป่วยอาจขับออกไม่ทันและกลายเป็นภาระหนักแทนที่จะเป็นประโยชน์ (แต่สำหรับคนสุขภาพปกติ ถือเป็นอาหารที่ดีมาก)

3 สุดยอดอาหารสีดำที่แพทย์ไตแนะนำ

จากการคัดกรองตามมาตรฐานทั้งแพทย์แผนจีนและตะวันตก นี่คือ 3 อาหารที่ปลอดภัยและดีต่อไต:

1. เห็ดหูหนู (Black Fungus)

ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบด้วยคุณสมบัติ "3 ต่ำ 1 สูง" คือ ฟอสฟอรัสต่ำ โพแทสเซียมต่ำ โปรตีนต่ำ แต่มีใยอาหารสูง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่าสารโพลีแซ็กคาไรด์ในเห็ดหูหนูช่วยลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และช่วยปกป้องท่อไตจากการถูกทำลายได้

Brigitte Tohm

2. บลูเบอร์รี (Blueberry)

ซูเปอร์ฟู้ดสีน้ำเงินเข้มที่แพทย์ยกนิ้วให้ อุดมไปด้วย "แอนโทไซยานิน" ซึ่งทำหน้าที่เหมือนนักดับเพลิง ช่วยลดการอักเสบในเซลล์ไตที่เกิดจากเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ที่สำคัญคือมีปริมาณโพแทสเซียมต่ำมาก (เพียง 77 มก. ต่อ 100 กรัม) จึงเป็นผลไม้ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องคุมโพแทสเซียม

3. องุ่นดำ (Black Grapes)

แนะนำให้ทานองุ่นที่มีผิวสีเข้ม เช่น สีดำหรือม่วงเข้ม เพราะเปลือกของมันมีสารเทพอย่าง "เรสเวอราทรอล" (Resveratrol) ที่ช่วยกระตุ้นยีนอายุยืน (SIRT1) และลดการตายของเซลล์ไต ดังนั้นเวลากิน "ห้ามคายเปลือก" เพราะสารดีๆ อยู่ที่นั่น แม้จะมีโพแทสเซียมสูงกว่าบลูเบอร์รีเล็กน้อย แต่หากคุมปริมาณวันละ 8-10 ลูก ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและได้ประโยชน์คุ้มค่า

สรุปการเลือกกินเพื่อถนอมไต

การดูแลไตต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่เชื่อแค่คำบอกเล่าว่า "สีดำบำรุงไต" แล้วกินทุกอย่าง สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต ควรหลีกเลี่ยงถั่วดำและงาดำ แล้วหันมาเลือกทานเห็ดหูหนู บลูเบอร์รี และองุ่นดำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่ทำร้ายไต

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล