เช็กข่าวชัวร์ : แก้วเก็บอุณหภูมิ แท้จริงแล้ว "ใส่น้ำแข็งได้ไหม?" เรื่องที่หลายคนยังสับสน!!

Fact Check แก้วสเตนเลสเก็บความเย็น ห้ามใส่น้ำแข็งจริงหรือไม่ เป็นข่าวปลอมหรือเปล่า
ช่วงที่ผ่านมาในโซเชียลมีการแชร์ข้อความเตือนว่า “ห้ามใส่น้ำแข็งในกระบอกน้ำหรือแก้วเก็บอุณหภูมิ เพราะอาจทำให้ภาชนะระเบิดหรือสารเคลือบด้านในปนออกมากับน้ำ” จนทำให้หลายคนกังวล ไม่กล้าใช้งานภาชนะเก็บอุณหภูมิสำหรับน้ำเย็น ทั้งที่ซื้อมาเพื่อใช้งานแบบนั้นโดยเฉพาะ มีการระบุเพิ่มเติมว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นคำเตือนด้านความปลอดภัยคล้ายข่าวจากสื่อ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นข้อมูลจริง ทั้งที่มีลักษณะเข้าข่ายข่าวปลอม (Fake News) ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริง
กองบรรณาธิการ Sanook News จึงตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคู่มือผู้ผลิตกระบอก/แก้วเก็บอุณหภูมิ รวมถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อสรุปให้ชัดเจนว่า กระบอกหรือแก้วเก็บอุณหภูมิ “ใส่น้ำแข็งได้หรือไม่ได้” และอะไรคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัยจริงๆ
คำถาม
จริงหรือไม่ที่ “กระบอกน้ำหรือแก้วเก็บอุณหภูมิ” ทั้งแบบสเตนเลสสองชั้นและกระติกน้ำร้อนแบบสูญญากาศ ห้ามใส่น้ำแข็งหรือใช้น้ำเย็น เพราะอาจทำให้ภาชนะระเบิด ฝาเปิดไม่ออก หรือเกิดอันตรายต่อผู้ใช้?
การตรวจสอบ
อันดับแรก ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “กระบอกหรือแก้วเก็บอุณหภูมิ” ส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันในปัจจุบัน เป็นภาชนะสเตนเลสสองชั้นแบบสูญญากาศ (vacuum insulated) ซึ่งออกแบบมาเพื่อ “เก็บได้ทั้งของร้อนและของเย็น” โดยหลักการคือมีช่องว่างสูญญากาศระหว่างผนังสองชั้น ช่วยลดการถ่ายเทความร้อน ทำให้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็นอยู่ในอุณหภูมิเดิมได้นานกว่าขวดหรือแก้วทั่วไป
จากการตรวจสอบเว็บไซต์และคู่มือของผู้ผลิตกระบอกเก็บอุณหภูมิหลายราย พบว่ามีการระบุชัดเจนว่าสามารถ “ใส่น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง” ได้ และยังแนะนำให้เลือกขวดปากกว้างเพื่อใส่น้ำแข็งได้สะดวกและล้างง่ายขึ้น นั่นแปลว่า การใส่น้ำแข็งลงในกระบอกเก็บอุณหภูมิประเภทสเตนเลสสูญญากาศ เป็นลักษณะการใช้งานตามปกติที่ผู้ผลิตออกแบบและโฆษณาไว้เอง ไม่ใช่สิ่งต้องห้ามแต่อย่างใด
ในคู่มือของผู้ผลิตรายใหญ่หลายราย กลับไม่ได้ห้าม “น้ำแข็ง” แต่จะเขียนชัดว่า “ห้ามใส่น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice)” หรือ “ห้ามใส่น้ำอัดลม / เครื่องดื่มมีแก๊ส” ลงในกระบอกเก็บอุณหภูมิ เพราะเมื่อแก๊สหรือคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำแข็งแห้งระเหิดในภาชนะปิดสนิท จะทำให้ความดันภายในเพิ่มสูงขึ้นจนฝาติดแน่น เปิดยาก หรืออาจทำให้ชิ้นส่วนแตกกระเด็นและเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ผู้ผลิตหลายแบรนด์จึงระบุคำเตือนเรื่อง “ห้ามใส่น้ำแข็งแห้งและเครื่องดื่มอัดลม” ไว้อย่างชัดเจนในคู่มือสินค้า
หน่วยงานด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศยังมีแนวทางตรงกันว่า “ห้ามเก็บน้ำแข็งแห้งในภาชนะปิดสนิท” เพราะเมื่อคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำแข็งแห้งระเหิดในพื้นที่จำกัด จะทำให้เกิดแรงดันสูงและเสี่ยงต่อการระเบิดของภาชนะ การเตือนเรื่อง “ระเบิด” จึงเกี่ยวข้องกับการใช้ น้ำแข็งแห้งหรือสารเย็นจัด ในภาชนะปิด มากกว่าจะเกี่ยวข้องกับการใส่ “น้ำแข็งธรรมดา” ในกระบอกน้ำสเตนเลสสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
สำหรับกรณี “น้ำแข็งธรรมดา” คู่มือบางรุ่นจะระบุข้อควรระวังเพิ่มเติม เช่น แนะนำให้ใช้ “น้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบด” แทนก้อนใหญ่ เพื่อลดโอกาสที่น้ำแข็งก้อนใหญ่ไปกระแทกผนังด้านในหรือคอขวดจนเสียหาย รวมทั้งช่วยให้เทน้ำหรือดื่มได้สะดวก ไม่อุดคอขวดตามหลังเตือนไว้ในคู่มือของผู้ผลิตบางราย
นอกจากนี้ บทความจากผู้ผลิตภาชนะสูญญากาศยังแนะนำว่า หากจะใส่น้ำแข็งลงในกระบอกเก็บอุณหภูมิ ไม่ควร “ใส่จนเต็มแน่น 100%” แล้วปิดฝา แต่ควรเว้นพื้นที่ว่างประมาณ 20% เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับน้ำและอากาศภายใน ไม่ทำให้ภาชนะรับแรงดันจากการขยายตัวของน้ำหรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในระหว่างใช้งาน เป็นการใช้งานตามคำแนะนำปกติของผู้ผลิตเอง ไม่ใช่ข้อห้าม
- เช็กข่าวชัวร์ : "บีบมะนาว" ใส่ไข่-เนื้อวัว "ฆ่าเชื้อโรค" กูรูเฉลยแล้ว ถูกหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่?
- เช็กข่าวชัวร์ : กินหวาน-ดื่มน้ำอัดลม เสี่ยงมะเร็งตับ? เปิดงานวิจัย–คำเตือนแพทย์ล่าสุด
ส่วนข้อกังวลเรื่อง “กระบอก/กระติกน้ำระเบิดเพราะใส่น้ำแข็ง” ที่ถูกแชร์กันในโซเชียล มักจะมีการเล่าปนกับกรณีอื่น เช่น ภาชนะที่มีโครงสร้างเป็น “แก้วสูญญากาศด้านใน” แบบกระติกน้ำร้อนรุ่นเก่า ซึ่งคู่มือของผู้ผลิตได้เตือนไว้ว่าไม่ควรทำให้แก้วด้านใน “ร้อนจัดแล้วเย็นจัดทันที” หรือกลับกัน เพราะอาจทำให้แก้วด้านในแตกร้าวได้ หากเอากระติกแก้วที่เพิ่งใส่น้ำร้อนจัดไปใส่น้ำแข็งทันที ก็มีโอกาสที่แก้วด้านในจะร้าวหรือแตกจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การ “ระเบิดเพราะน้ำแข็ง” แต่เป็นเรื่องของความเปราะบางของแก้วที่โดนช็อกอุณหภูมิ ซึ่งผู้ผลิตก็เตือนในคู่มืออยู่แล้ว
รวมถึงคู่มือบางรุ่นยังเตือนเพิ่มเติมไม่ให้เก็บนม นมเปรี้ยว น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่เสียง่ายทิ้งไว้นานในกระบอกเก็บอุณหภูมิ เพราะเมื่อเกิดการบูดเสีย จะเกิดแก๊สในภาชนะปิด ทำให้ฝาเปิดยากหรือมีแรงดันขณะเปิด ซึ่งบางข้อความในโซเชียลอาจนำคำเตือนเหล่านี้มาเล่าต่อแบบผิดบริบท จนกลายเป็นข่าวปลอมในลักษณะ “ห้ามใส่ของเย็นทุกชนิด” ทั้งที่ในความเป็นจริง ข้อความเตือนมักเจาะจงไปที่น้ำแข็งแห้ง เครื่องดื่มอัดลม หรือของที่บูดเสียและเกิดแก๊สได้เท่านั้น
เมื่อพิจารณาภาพรวมจากคำแนะนำของผู้ผลิตภาชนะเก็บอุณหภูมิและแนวทางความปลอดภัยจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ จะเห็นได้ว่า “น้ำแข็งธรรมดาในน้ำดื่ม” เป็นการใช้งานที่ภาชนะสเตนเลสสูญญากาศส่วนใหญ่รองรับและถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อยู่แล้ว ขณะที่สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือการใส่ “น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice)” “เครื่องดื่มอัดลม” หรือ “เครื่องดื่มที่บูดเสียได้ง่าย” ลงในภาชนะปิดสนิท และไม่ควรเติมจนเต็มแน่นเกินไปตามคำเตือนในคู่มือของผู้ผลิต
สรุปในเชิงการใช้งาน หากเป็นกระบอกหรือแก้วสเตนเลสเก็บอุณหภูมิที่ออกแบบมาสำหรับทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น สามารถใส่น้ำแข็งได้ “ตามปกติ” โดยควรอ่านคู่มือของสินค้ารุ่นนั้นๆ ให้ชัดเจน เว้นช่องว่างไม่เติมจนเต็ม หลีกเลี่ยงน้ำแข็งแห้ง เครื่องดื่มอัดลม นม และน้ำผลไม้ทิ้งไว้นาน ส่วนกระติกน้ำร้อนแบบเก่าๆ ที่เป็นแก้วด้านใน ควรระวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว และไม่ควรให้แก้วด้านในโดนกระแทกจากน้ำแข็งก้อนใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงที่แก้วจะแตก
ข้อเท็จจริง
ข้อเท็จจริงคือ “กระบอกหรือแก้วเก็บอุณหภูมิส่วนใหญ่สามารถใส่น้ำแข็งได้” การแชร์ว่าห้ามใส่น้ำแข็งในกระบอก/แก้วเก็บอุณหภูมิทุกชนิดเพราะจะระเบิดหรือเป็นอันตราย ถือเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อนและเข้าข่ายข่าวปลอม (Fake News) สิ่งที่ผู้ใช้ต้องระวังจริงๆ คือห้ามใส่น้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) ห้ามใส่น้ำอัดลมหรือของเหลวที่บูดเสียแล้วเกิดแก๊สในภาชนะปิด และควรเว้นพื้นที่ว่างไม่เติมจนแน่น รวมถึงอ่านคำเตือนในคู่มือผู้ผลิตของแต่ละรุ่นก่อนใช้เสมอ
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
อ้างอิง
- คำแนะนำการใช้งานและคำเตือนจากคู่มือกระบอกน้ำและกระติกน้ำสูญญากาศของผู้ผลิตหลายราย (เช่น Tiger, Stanley, KINTO, Nitori และผู้ผลิตอื่นๆ) ที่ระบุชัดว่าห้ามใช้กับน้ำแข็งแห้งและเครื่องดื่มอัดลม แต่สามารถใช้เก็บน้ำเย็นหรือน้ำแข็งได้ตามปกติ โดยดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ผู้ผลิต เช่น Tiger Corporation และ Tiger Forest
- บทความอธิบายการทำงานของกระบอกน้ำสเตนเลสสูญญากาศและการใช้งานกับน้ำเย็น/น้ำแข็งจากผู้ผลิตภาชนะเก็บอุณหภูมิ เช่น SiBottle และ Solidflask
- บทความจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายกระบอกน้ำสูญญากาศที่ตอบคำถามเฉพาะเรื่องการใส่น้ำแข็งในกระบอก/แก้วเก็บอุณหภูมิ รวมถึงคำแนะนำเรื่องการไม่เติมน้ำแข็งจนเต็มแน่น เช่น Haers และ Chinaflasks
- แนวทางด้านความปลอดภัยในการใช้งานน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) และภาชนะปิดสนิทจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการของต่างประเทศ ที่เตือนว่าไม่ควรเก็บน้ำแข็งแห้งในภาชนะปิดเพราะอาจทำให้เกิดแรงดันและเสี่ยงต่อการระเบิด เช่น Grand Valley State University, University of Virginia EHS และ UPenn EHRS
- คู่มือกระติกน้ำแบบแก้วสูญญากาศที่เตือนเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็วและความเสี่ยงที่แก้วด้านในจะแตก หากโดนความร้อนหรือความเย็นจัดสลับอย่างฉับพลัน เช่น คู่มือผลิตภัณฑ์บางรุ่นของ Tiger ซึ่งมีคำเตือนเรื่อง “ห้ามทำให้เย็นหรือร้อนอย่างรวดเร็ว” ดูรายละเอียดได้จากเอกสารคู่มือบนเว็บไซต์ Manuals.plus
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


