สรุปไทม์ไลน์เดือด! วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยิงปะทะกันเดือด มีทหารไทยเสียชีวิต

สรุปไทม์ไลน์เดือด! วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยิงปะทะกันเดือด มีทหารไทยเสียชีวิต

สรุปไทม์ไลน์เดือด! วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยิงปะทะกันเดือด มีทหารไทยเสียชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สรุปไทม์ไลน์เดือด! วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนัก "ช่องอานม้า-ช่องบก" ทหารไทยพลีชีพ 1 นาย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด หลังการปะทะขยายวงกว้างจากจังหวัดศรีสะเกษ ลุกลามสู่ อุบลราชธานี และ บุรีรัมย์ ล่าสุดเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ยืนยัน ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย จากการถูกระดมยิงด้วยอาวุธหนัก พร้อมเปิดเผยลำดับเหตุการณ์การปะทะที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดคืนจนถึงเช้า

เปิดลำดับเหตุการณ์ (Timeline) นาทีต่อนาที: จากจุดเริ่มสู่สงครามชายแดน

เพื่อความชัดเจนของสถานการณ์ที่มีความสับสนและตึงเครียด กองทัพภาคที่ 2 ได้เรียงลำดับเหตุการณ์การปะทะและความเคลื่อนไหวทางทหารที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้

วันที่ 7 ธันวาคม 2568 : จุดเริ่มต้นที่ศรีสะเกษ

  • 14.15 น. : เกิดการปะทะจุดแรกที่ "ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน" จ.ศรีสะเกษ หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 (พัน.ร.13) ถูกยิงจากฝั่งกัมพูชา ไทยตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง ส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย (ส.อ.อนุชาติ เรือนคำ และ พลฯ พรชัย จำปาจุม)
  • 14.16 น. เป็นต้นไป : กัมพูชายกระดับการโจมตีใช้อาวุธหนัก (ปืนใหญ่ไร้แรงสะท้อน) แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งเตรียมพร้อมเต็มกำลัง
  • ช่วงเย็น : เสียงปืนลดลง แต่มีรายงานกัมพูชาขนย้ายจรวดหลายลำกล้อง RM-70 เข้าใกล้ชายแดน กองกำลังสุรนารีเริ่มแผนอพยพประชาชน 4 จังหวัดอีสานใต้
  • 22.00 น. : กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ฝ่ายไทยในพื้นที่ ช่องคะนา และช่องระยี พร้อมตรวจพบรถถัง T-55 เคลื่อนเข้าพื้นที่กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย
  • 23.00 น. : ทหารกัมพูชาเตรียมพร้อมรบขั้นสูงสุด เสริมที่มั่น ลำเลียงกับระเบิด และเฝ้าระวังโดรน/รถถังของไทย
  • 00.00 น. (เข้าสู่ 8 ธ.ค.) : ตรวจพบการเคลื่อนย้ายจรวดหลายลำกล้อง RM-70 เข้าพื้นที่ อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร ตรงข้ามช่องบกและช่องอานม้า

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 : ปะทะเดือด อุบลฯ-บุรีรัมย์

    • 01.00 น. : พื้นที่ช่องจอม-ช่องเสม็ด ตรวจพบกัมพูชาเคลื่อนย้ายจรวด BM-21 และ Type-90 B เข้าพื้นที่กรุงสำโรง
    • 03.00 น. : ข่าวกรองระบุ กัมพูชากำหนดเป้าหมายยิงสนับสนุนมายัง สนามบินบุรีรัมย์ และ โรงพยาบาลปราสาท จ.สุรินทร์
    • 03.25 น. : ตรวจพบคำสั่งกำหนดพิกัดยิงเฉพาะเจาะจงที่ บ้านกะชายน้อย (ใกล้สนามบินบุรีรัมย์ 13 กม.) และ บ้านจรูกแขวะ จ.สุรินทร์
    • 05.00 น. : เปิดฉากยิงที่ "ช่องอานม้า" จ.อุบลราชธานี กัมพูชาใช้ปืนเล็กและอาวุธวิถีโค้งยิงใส่แนวไทย ฝ่ายไทยยิงตอบโต้
    • 05.05–05.30 น. : ระดมยิงใส่ฐาน ตชด.793 และฐานปฏิบัติการไทยหลายแห่ง โดยใช้ปืนกลจากฐาน "แดนไกล ตะวันออก"
    • 05.57 น. : พบกำลังทหารกัมพูชาราว 50 นาย เคลื่อนกำลังขึ้นเนิน 677 ใกล้พรมแดน
    • 06.00 น. : กัมพูชาใช้อาวุธวิถีโค้งระดมยิงซ้ำในพื้นที่ช่องอานม้า
    • 06.07–06.23 น. : กระสุนปืนครกตกใส่ฐานไทยหลายจุด รวมถึงบริเวณบ่อดินหลังตลาดไท ฝ่ายไทยยิงโต้ด้วยครก 60 มม. จากฐาน "เจนศึก"
    • 06.50 น. : กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ยืนยันสถานการณ์ติดพันการรบที่ช่องอานม้า
    • 07.00 น. : ปะทะหนักที่ "ช่องบก" กัมพูชายิงอาวุธหนักใส่ฐานไทย ส่งผลให้ ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย กองทัพไทยตัดสินใจใช้อากาศยาน (สื่อตปท.ระบุ F-16) โจมตีเป้าหมายทางทหาร 3 จุดเพื่อหยุดยั้งการยิง
    • 08.30 น. : กองทัพภาคที่ 2 รายงานด่วน กัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกใส่บ้านเรือนประชาชนที่ บ้านสายโท 10 อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

สถานการณ์ล่าสุดและการอพยพประชาชน

จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ขยายวงกว้าง กองทัพภาคที่ 2 ได้เร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 4 จังหวัด (ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี) ออกจากพื้นที่แล้วกว่า 70% โดยมีประชาชนลงทะเบียนเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้วจำนวน 35,623 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 รายระหว่างอพยพเนื่องจากโรคประจำตัว (ไม่เกี่ยวกับเหตุปะทะโดยตรง)

คำเตือนสำคัญจากกองทัพ

กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือประชาชน งดถ่ายภาพและงดเผยแพร่ข้อมูลยุทธการ พิกัด GPS แผนการปฏิบัติ หรือภาพการเคลื่อนย้ายกำลังพล ลงในสื่อโซเชียลมีเดียเด็ดขาด แม้ข้อมูลบางอย่างอาจดูไม่สำคัญ แต่เมื่อนำมารวมกันอาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามวิเคราะห์เป้าหมายได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่

สรุป

เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้ถือว่ามีความรุนแรงและตึงเครียดที่สุดในรอบหลายปี โดยมีการใช้ทั้งอาวุธหนัก รถถัง และจรวดหลายลำกล้อง จนนำไปสู่ความสูญเสียของกำลังพลไทย และการอพยพประชาชนนับหมื่นคน กองทัพยืนยันพร้อมปกป้องอธิปไตยเต็มกำลัง และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด

แหล่งอ้างอิง

  1. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (แถลงการณ์)
  2. เพจกองทัพบก ทันกระแส / กองทัพภาคที่ 2
  3. รายงานด่วน กัมพูชายิง BM-21 (กองทัพภาคที่ 2)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล