หมีดำแสนรู้ จู่ๆ กระโจนฟัดพี่เลี้ยง ที่แท้พก "ของต้องห้าม" ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่า

หมีดำแสนรู้ จู่ๆ กระโจนฟัดพี่เลี้ยง ที่แท้พก "ของต้องห้าม" ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่า

หมีดำแสนรู้ จู่ๆ กระโจนฟัดพี่เลี้ยง ที่แท้พก "ของต้องห้าม" ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมีดำแสนรู้ที่เคยเชื่อง จู่ๆ กระโจนโจมตีพี่เลี้ยง เผยสาเหตุปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่า บทเรียนสะท้อนความประมาท

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อมีรายงานเหตุการณ์ระทึกขวัญในวันที่ 6 ธันวาคม 2025 ณ สวนสัตว์ป่าหางโจว (Hangzhou Safari Park) เมื่อ "เจ้าหมีสอง" (Xiong Er) หมีดำที่เตรียมตัวแสดงโชว์ จู่ๆ ก็กระโจนเข้าใส่พี่เลี้ยง จนเกิดคำถามตามมามากมายว่าทำไมสัตว์ที่ดูเชื่องถึงก้าวร้าวขึ้นมาได้

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสัตว์ที่ถูกฝึกมาเพื่อการแสดงจะมีความ "เชื่อง" เหมือนสัตว์เลี้ยง แต่แท้จริงแล้วสัญชาตญาณสัตว์ป่ายังคงฝังรากลึกอยู่เสมอ เหตุการณ์นี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่คาดไม่ถึง

ชนวนเหตุจาก "แอปเปิ้ลและแครอท" ในมือพี่เลี้ยง

ข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ระบุชัดเจนว่า ขณะอยู่ในจุดพักรอก่อนการแสดง พี่เลี้ยงได้พก "แอปเปิ้ลและแครอท" ติดตัวไปด้วย ซึ่งกลิ่นของอาหารโปรดเหล่านี้ได้ไปกระตุ้นสัญชาตญาณความหิวของเจ้าหมีดำเข้าอย่างจัง จนทำให้มันตัดสินใจพุ่งเข้าใส่เพื่อแย่งชิงอาหารทันที

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อพี่เลี้ยงถูกดึงตัวออกมาได้แล้ว เขากลับเดินเข้าไปใกล้หมีดำอีกครั้ง ทำให้ถูกโจมตีซ้ำเป็นรอบที่สอง พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสัตว์ป่าที่เมื่อ "ล็อกเป้าหมาย" ที่เป็นอาหารแล้ว จะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ การพกอาหารเข้าไปในระยะประชิดกับสัตว์ดุร้ายขนาด 150 กิโลกรัม จึงถือเป็นการกระทำที่เสี่ยงและผิดหลักความปลอดภัยอย่างร้ายแรง

อย่าไว้ใจความเชื่อง มีความดุร้ายที่ซ่อนอยู่

ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ยืนยันว่า หมีดำเป็นสัตว์กินพืชและเนื้อที่มีความต้องการอาหารสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อพวกมันหิวหรือรู้ว่ามีอาหารอยู่ใกล้ๆ สัญชาตญาณในการแย่งชิงจะทำงานเหนือการฝึกฝนใดๆ การที่หมี "เชื่อฟัง" ในโชว์ เป็นเพียงปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่ทำเพื่อแลกรางวัลเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกมันเชื่องจนหมดเขี้ยวเล็บ

ข้อมูลทางกายภาพยังย้ำเตือนถึงความอันตราย หมีดำเอเชียโตเต็มวัยมีแรงกัดมหาศาล ร่างกายมนุษย์จึงเปราะบางเหมือนกิ่งไม้เมื่ออยู่ใต้อุ้งปากของมัน อีกทั้งพวกมันยังวิ่งได้เร็วถึง 56 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่านักวิ่งโอลิมปิกเสียอีก หากถูกจู่โจม มนุษย์แทบไม่มีโอกาสหนีรอด

บทเรียนเรื่องความปลอดภัยและการเคารพธรรมชาติ

เหตุการณ์ที่หางโจวครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากความหละหลวมในการจัดการ สวนสัตว์และผู้ดูแลควรตระหนักถึงกฎเหล็กที่ว่า "ห้ามพกพาอาหารเข้าใกล้สัตว์ป่าโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง" เพราะสำหรับสัตว์แล้ว อาหารคือปัจจัยการอยู่รอดที่พวกมันพร้อมจะสู้เพื่อแย่งชิงมา อีกทั้งการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินก็ดูไม่เป็นมืออาชีพเท่าที่ควร เจ้าหน้าที่หลายคนทำอะไรไม่ถูก และพากันคว้าอุปกรณ์ "อะไรก็ได้" ใกล้มือ มาพยายามหยุดหมีดำ

สุดท้ายแล้ว ความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการเชื่อว่าสัตว์ "แสนรู้" หรือ "น่ารัก" แต่เกิดจากการเคารพใน "สัญชาตญาณดิบ" ของพวกมัน การรักษาระยะห่างและการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล