เถียงกันมานาน กาแฟ vs ชา ใครคือผู้พิทักษ์หัวใจตัวจริง? วิจัยล่าสุดมีคำตอบ

เถียงกันมานาน กาแฟ vs ชา ใครคือผู้พิทักษ์หัวใจตัวจริง? วิจัยล่าสุดมีคำตอบ

เถียงกันมานาน กาแฟ vs ชา ใครคือผู้พิทักษ์หัวใจตัวจริง? วิจัยล่าสุดมีคำตอบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เถียงกันมานาน กาแฟ vs ชา ใครคือผู้พิทักษ์หัวใจตัวจริง? วิจัยล่าสุดมีคำตอบ

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เริ่มต้นวันใหม่ไม่ได้ถ้าขาด "ชา" หรือ "กาแฟ"? เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยปลุกความสดชื่นหรือแก้ง่วงเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน "น้ำแห่งชีวิต" ที่ซ่อนประโยชน์มหาศาลไว้ โดยเฉพาะการเป็นฮีโร่ช่วยดูแลหัวใจ ชะลอวัย และป้องกันโรคร้าย หากเรารู้วิธีดื่มอย่างถูกต้องและพอเหมาะ

ชา vs กาแฟ ใครคือผู้พิทักษ์หัวใจตัวจริง?

มีการถกเถียงกันมานานว่าระหว่างชากับกาแฟ อะไรดีกว่ากัน ล่าสุดงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMC Medicine เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ยืนยันว่า การดื่มทั้งชาและกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริง แถมยังช่วยควบคุมความดันโลหิตและเพิ่มไขมันดี (HDL) อีกด้วย

เคล็ดลับความเก่งกาจนี้อยู่ที่สาร "โพลีฟีนอล" (Polyphenols) ซึ่งพบมากในทั้งชาและกาแฟ สารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบหลอดเลือดหัวใจ ไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระนั่นเอง

4 ประโยชน์ของคาเฟอีน

นอกจากการดูแลหัวใจแล้ว เครื่องดื่มแก้วโปรดของคุณยังมีประโยชน์ซ่อนอยู่อีกเพียบ:

  • ชะลอความแก่: งานวิจัยจาก The Lancet พบว่าการดื่มชา 3 แก้วต่อวัน ช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของเซลล์ได้ดีที่สุด ส่วนการดื่มกาแฟก็ช่วยลดโอกาสเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ถึง 15%
  • ลดเสี่ยงมะเร็ง: การดื่มกาแฟหรือชา "แบบไม่หวาน" วันละ 2 แก้วขึ้นไป ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ดีต่อตับ: กาแฟช่วยลดความเสี่ยงโรคตับเรื้อรัง ส่วนสาร EGCG ในชาเขียว ช่วยลดไขมันพอกตับและป้องกันตับอักเสบ แต่ต้องระวังอย่าเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานมากเกินไป เพราะจะไปหักล้างประโยชน์ข้อนี้
  • กันไว้ดีกว่าแก้ (อัมพฤกษ์/สมองเสื่อม): ไม่ว่าจะดื่มชาหรือกาแฟ ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมได้ และจะยิ่งได้ผลดีถ้าดื่มสลับกันทั้งคู่

เตือนแล้วนะ! อย่าดื่มแทน "น้ำเปล่า" เด็ดขาด

แม้ชาและกาแฟจะมีประโยชน์ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังคือ ห้ามดื่มแทนน้ำเปล่า งานวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง (Peking Union Medical College) ปี 2025 เตือนว่า การดื่มชาหรือกาแฟมากเกินไป (มากกว่า 6 แก้วต่อวัน) อาจให้โทษมากกว่าคุณ เพราะจะไปเพิ่มภาระให้ระบบไหลเวียนเลือดและทำให้เลือดข้นหนืด

สูตรที่ลงตัวคือ: ควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 แก้ว เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี ส่วนชาหรือกาแฟควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ คือประมาณ 0.5 - 3 แก้วต่อวัน ก็เพียงพอที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดแล้ว

6 กฎเหล็ก ดื่มอย่างไรให้ร่างกายได้กำไร

เพื่อให้การดื่มชาและกาแฟของคุณ เป็นการ "บำรุง" ไม่ใช่ "ทำร้าย" ร่างกาย ลองทำตาม 6 ข้อนี้ดูครับ:

  1. ไม่ดื่มตอนท้องว่าง: เพื่อป้องกันคาเฟอีนดูดซึมเร็วเกินไปจนกัดกระเพาะหรือใจสั่น
  2. อย่าดื่มเยอะเกิน: ผู้ใหญ่ไม่ควรรับคาเฟอีนเกิน 400 มก. ต่อวัน (ประมาณกาแฟ 5 แก้ว หรือชา 10 แก้ว)
  3. ดื่มน้ำตามเสมอ: กาแฟมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปด้วย
  4. อย่าผสมมั่ว: หลีกเลี่ยงการดื่มพร้อมแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อหัวใจ
  5. ลดหวาน เลี่ยงมัน: น้ำตาลและครีมเทียมคือตัวการทำให้อ้วนและก่อโรค หากอยากเพิ่มรสชาติลองใช้นมถั่วเหลืองหรือกะทิธัญพืชแทน
  6. ดื่มช่วงเช้าดีที่สุด: คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้นาน 4-6 ชั่วโมง การดื่มหลังบ่ายอาจรบกวนการนอนหลับได้

สรุปส่งท้าย

การดื่มชาและกาแฟให้เป็น "ยาอายุวัฒนะ" นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ยึดหลัก "ทางสายกลาง" ไม่มากไป ไม่หวานไป และไม่ลืมดื่มน้ำเปล่า เพียงเท่านี้คุณก็สามารถมีความสุขกับเครื่องดื่มแก้วโปรด พร้อมสุขภาพที่ดีไปได้นานๆ แล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล