ผอ.สถาบันดัง เตือน 4 นิสัย "เด็กฉลาดเทียม" ดูดีแต่โตไปสำเร็จยาก พ่อแม่อย่าเพิ่งดีใจ!

ผอ.สถาบันดัง เตือน 4 นิสัย "เด็กฉลาดเทียม" ดูดีแต่โตไปสำเร็จยาก พ่อแม่อย่าเพิ่งดีใจ!

ผอ.สถาบันดัง เตือน 4 นิสัย "เด็กฉลาดเทียม" ดูดีแต่โตไปสำเร็จยาก พ่อแม่อย่าเพิ่งดีใจ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อธิการบดี ม.ดัง เตือน! 4 นิสัยเด็ก "ดูเหมือนฉลาด" แต่โตไปมักล้มเหลว พ่อแม่อย่าเพิ่งดีใจ

พ่อแม่ทุกคนต่างคาดหวังให้ลูกเป็นเด็กหัวไว ฉลาดหลักแหลม เพราะเชื่อว่าความฉลาดคือใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในอนาคต แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ "ดูเหมือนฉลาด" จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเสมอไป

อธิการบดีมหาวิทยาลัยชิงหลัว (Tsinghua University) มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน ได้ออกมาเตือนสติผู้ปกครองว่า มีเด็กอยู่ 4 ประเภทที่ภายนอกดูเหมือนฉลาดและเอาตัวรอดเก่ง แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมเหล่านั้นอาจเป็นหลุมพรางที่ทำให้พวกเขาล้มเหลวในอนาคต หากพ่อแม่ไม่รีบแก้ไข

1. เด็กฉลาดแกมโกง (ชอบทางลัด)

เด็กบางคนดูหัวไวและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง แต่ความจริงแล้วคือการ "ใช้เล่ห์เหลี่ยม" หรือชอบหาทางลัดเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ภายนอกอาจดูเหมือนเป็นคนคล่องแคล่ว แต่เนื้อในคือความมักง่ายและไม่เคารพกติกา

หากปล่อยให้เด็กเสายนิสัย "ฉลาดแกมโกง" จนเคยตัว เมื่อโตขึ้นเขาจะกลายเป็นคนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น ขาดความอดทน และยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว เพราะความสำเร็จที่ยั่งยืนต้องแลกมาด้วยความพยายาม ไม่ใช่การโกง

2. เด็กปากหวาน (ช่างประจบ)

เด็กที่พูดจาไพเราะ เอาใจเก่ง มักได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ว่าเป็นเด็กฉลาดน่าเอ็นดู แต่ถ้าเด็กคนนั้นดีแต่พูด ใช้คำหวานเพื่อหวังผล หรือประจบสอพลอโดยไร้ความจริงใจ สิ่งนี้ไม่ใช่ความฉลาดทางอารมณ์ แต่เป็นความจอมปลอม

ในโลกแห่งความจริง หากมีดีแค่ปากแต่ไร้ความสามารถ หรือขาดความจริงใจในการคบหาผู้อื่น ไม่นานผู้คนรอบข้างก็จะมองออกและตีตัวออกห่าง เด็กประเภทนี้จึง "ดูเหมือนฉลาด" แต่ขาดบารมีและความน่าเชื่อถือ

3. เด็กเห็นแก่ได้ (งกของเล็กน้อย)

ในชีวิตประจำวัน เราอาจเห็นเด็กที่ชอบแย่งชิงของเล็กๆ น้อยๆ หรือโกงนิดโกงหน่อยเพื่อให้ได้เปรียบ พ่อแม่บางคนอาจมองว่าลูก "รู้จักรักษาสิทธิ์" หรือ "หัวไว" แต่แท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณของคนวิสัยทัศน์สั้น

เด็กที่จ้องแต่จะเอาเปรียบเรื่องเล็กน้อย จะมองไม่เห็นภาพใหญ่และขาดน้ำใจไมตรี เมื่อเติบโตขึ้น นิสัยนี้จะทำให้เขาเสียโอกาสใหญ่ๆ ในชีวิต เพราะไม่มีใครอยากร่วมงานหรือหยิบยื่นโอกาสให้กับคนที่จ้องจะเอาเปรียบตลอดเวลา

4. เด็กเห็นแก่ตัว (ขาดความเห็นอกเห็นใจ)

เด็กบางคนฉลาดเรื่องวิชาการแต่ "แล้งน้ำใจ" ไม่รู้จักการแบ่งปันและเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง พ่อแม่หลายคนเข้าใจผิดว่านี่คือการ "รักตัวเอง" แต่ความจริงแล้วมันคือความเห็นแก่ตัวที่ร้ายกาจ

เมื่อเข้าสู่สังคมการทำงาน คนที่เก่งแต่เห็นแก่ตัวมักจะถูกเพื่อนร่วมงานแบนและโดดเดี่ยว เพราะเขาไม่รู้จักการทำงานเป็นทีม ไม่เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น ท้ายที่สุดอาจกลายเป็นคนอกตัญญูแม้กระทั่งกับคนในครอบครัว

พ่อแม่ควรปรับเปลี่ยนและสอนลูกอย่างไร?

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกกลายเป็นคน "ฉลาดเทียม" พ่อแม่ควรปลูกฝังสิ่งเหล่านี้:

  • เป็นแบบอย่างที่ดี: เด็กเรียนรู้จากการกระทำของพ่อแม่ หากอยากให้ลูกซื่อสัตย์ พ่อแม่ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
  • สอนเรื่องความเห็นอกเห็นใจ: ฝึกให้ลูกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และรู้จักขอบคุณผู้อื่นให้เป็นนิสัย
  • พาเข้าสังคม: ให้ลูกได้เจอผู้คนหลากหลาย เพื่อฝึกทักษะการวางตัวและการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง
  • สอนแยกแยะถูกผิด: อย่าเข้าข้างลูกเมื่อทำผิด แต่ควรอธิบายให้เขาเข้าใจเหตุผลและผลกระทบที่ตามมา
  • ฝึกความรับผิดชอบ: ให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองตามวัย เพื่อสร้างความมั่นใจและความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่รอให้พ่อแม่ทำให้

การเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัยความอดทนและความใส่ใจ พ่อแม่ไม่ควรหลงดีใจกับความฉลาดเพียงเปลือกนอก แต่ควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง "รากฐานทางจิตใจ" ทั้งความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และความรับผิดชอบ เพราะสิ่งเหล่านี้คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะช่วยให้ลูกของคุณเติบโตไปเป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขอย่างแท้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล