แค่ภาพยังสยอง... เปิดลิสต์ 6 ปลาที่ “อันตรายที่สุด” ในโลก ถึงมีเงินก็อาจกินไม่ได้!

แค่ภาพยังสยอง... เปิดลิสต์ 6 ปลาที่ “อันตรายที่สุด” ในโลก ถึงมีเงินก็อาจกินไม่ได้!

แค่ภาพยังสยอง... เปิดลิสต์ 6 ปลาที่ “อันตรายที่สุด” ในโลก ถึงมีเงินก็อาจกินไม่ได้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

6 ปลา "อันตรายที่สุดในโลก" ที่กินได้! อร่อยระดับภัตตาคารแต่เสี่ยงมรณะ

เปิด 6 ปลา "อันตรายที่สุดในโลก" อร่อยแสงออกปาก แต่แล่พลาดคำเดียว = ตาย!

เมนูอาหารบางอย่างไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังแฝงไปด้วยความตื่นเต้นท้าทาย เพราะวัตถุดิบเหล่านี้คือ "ปลาอันตราย" ที่หากพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต ทว่าด้วยรสชาติที่ล้ำเลิศ ทำให้มีเศรษฐีจำนวนมากยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อลิ้มลองรสสัมผัสแห่งความตายเหล่านี้

นี่คือ 6 สายพันธุ์ปลาที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุด แต่กลับกลายเป็นเมนูโอชะที่ใครหลายคนใฝ่ฝันจะมีโอกาสได้ชิมสักครั้ง

1. ปลาปักเป้า (Pufferfish)

ราชินีแห่งความตายในวงการอาหาร อวัยวะภายในของปลาปักเป้าอย่าง รังไข่ ตับ ไต และผิวหนัง อุดมไปด้วยพิษ Tetrodotoxin ซึ่งรุนแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1,000 เท่า เมื่อได้รับพิษ ผู้ป่วยจะมีอาการปากชา อัมพาต แต่สติยังครบถ้วนจนวาระสุดท้าย

แม้ในญี่ปุ่นจะมีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะปลาปักเป้าทุกปี แต่เนื้อขาวใสที่แทบไม่มีพิษของมันกลับเป็นที่ถวิลหา โดยเฉพาะความรู้สึก "ชาที่ปลายลิ้น" เล็กน้อยขณะทานซาชิมิ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่คออาหารญี่ปุ่นยกย่อง

2. ปลาหิน หรือ ปลาหน้าผี (Stonefish)

เจ้าของฉายา "มัจจุราชพรางตัว" มีรูปร่างอัปลักษณ์เหมือนก้อนหินและซ่อนตัวเก่ง บนหลังมีก้านครีบแข็งที่บรรจุต่อมพิษ หากเผลอไปเหยียบหรือสัมผัส พิษจะถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ปวดร้าวแสนสาหัส ชัก และเสียชีวิตได้

แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่น่ากลัว คือเนื้อปลาสีขาวจั๊วะ กรุบกรอบ และไร้ก้างฝอย โดยเฉพาะกระเพาะปลาชนิดนี้ถูกนำไปทำซุปที่เปรียบได้กับ "รังนกแห่งท้องทะเล" ซึ่งญี่ปุ่นจัดให้เป็นวัตถุดิบระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

3. ปลากระเบน (Stingray)

แม้จะดูเหมือนบินได้ในน้ำและหน้าตาดูตลก แต่หางของมันคืออาวุธสังหารที่มีเงี่ยงแหลมคมพร้อมพิษสง หากถูกแทงจะปวดบวมอย่างรุนแรงจนถึงขั้นสลบเหมือดได้

ทว่าเนื้อปลากระเบนกลับเป็นของดี มีรสสัมผัสที่ทั้งกรอบและเด้งสู้ฟัน นิยมนำปีกมาตุ๋นกับหมูสามชั้นหรือทำเมนูรสจัดจ้าน ส่วนตับกระเบนทอดก็ถือเป็นกับแกล้มชั้นเลิศที่นักดื่มโปรดปราน

4. ปลาปิรันยา (Piranha)

นักล่าแห่งลุ่มน้ำอเมซอนที่มีฟันคมกริบดั่งใบมีดโกน สามารถรุมทึ้งเหยื่อจนเหลือแต่กระดูกได้ในไม่กี่นาที แต่สำหรับคนท้องถิ่น "ในน้ำปิรันยากินคน แต่บนบกคนกินปิรันยา"

ปลาชนิดนี้กลายเป็นอาหารจานเด็ดเพราะมีหนังหนาและส่วนท้องที่มันย่อง เนื้อแน่น มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ใครที่ไปเยือนอเมซอนต้องไม่พลาดเมนูจากนักล่าชนิดนี้

5. ปลาไหลไฟฟ้า (Electric Eel)

สัตว์น้ำพลังงานสูงที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าได้แรงถึง 300-800 โวลต์ เพียงพอที่จะทำให้มนุษย์หมดสติได้ทันที วิธีการจับของพรานป่าอเมซอนจึงต้องใช้กลยุทธ์โหด โดยการต้อนฝูงวัวลงไปในน้ำเพื่อให้ปลาไหลปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่จนหมดแรง ก่อนจะลงไปจับ

เนื้อของปลาไหลไฟฟ้าถือเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง แม้จะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงในการจับที่สูงมากก็ตาม

6. ปลาไทเกอร์โกไลแอต (Goliath Tigerfish)

ปีศาจแห่งลุ่มน้ำคองโก มีฟันขนาดใหญ่ 32 ซี่ที่คมกริบเหมือนฉลาม ดุร้ายถึงขนาดโจมตีจระเข้ได้ แม้จะอันตรายสุดขีด แต่เนื้อของมันกลับเป็นที่ต้องการเพราะมีไขมันต่ำและรสชาติดี

ชาวพื้นเมืองมักใช้เปลือกไม้ที่มีฤทธิ์เบื่อเมาในการล่าปลาชนิดนี้ ก่อนจะนำมาเผาไฟทานเป็นอาหารมื้อพิเศษ

สรุปความอร่อยที่ต้องแลกด้วยความเสี่ยง

ปลาทั้ง 6 ชนิดนี้คือบทพิสูจน์ว่า มนุษย์สรรหาความอร่อยได้เสมอแม้จะต้องเสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม การบริโภคปลาเหล่านี้ต้องอาศัยเชฟผู้เชี่ยวชาญและการเตรียมการที่ถูกวิธี เพื่อให้มั่นใจว่ามื้ออาหารสุดหรูจะไม่กลายเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต

 

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ ของ แค่ภาพยังสยอง... เปิดลิสต์ 6 ปลาที่ “อันตรายที่สุด” ในโลก ถึงมีเงินก็อาจกินไม่ได้!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล