หยุดหาทำ! เตือน 7 น้ำ "ห้ามเทลงชักโครก" เสี่ยงส้วมตัน-ท่อระเบิด ค่าซ่อมหลักหมื่น

หลายคนทำประจำ! เท 7 น้ำนี้ลงชักโครก คิดว่าสะอาด ที่แท้ทำลายส้วมพังยับ
หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่า "ชักโครก" คือท่อระบายน้ำสารพัดนึก ที่สามารถกำจัดของเหลวทุกอย่างได้เพียงแค่กดปุ่ม แต่ความสะดวกสบายนี้อาจแลกมาด้วยหายนะของระบบท่อและสุขอนามัยภายในบ้าน บทความนี้จะพาไปดูว่ามีน้ำอะไรบ้างที่ "ห้ามเท" ลงชักโครกเด็ดขาด หากไม่อยากเสียเงินซ่อมบ้านก้อนโต
1. น้ำมันและไขมันจากอาหาร
หลายคนมักเทน้ำแกงกะทิ หรือน้ำมันที่เหลือจากการทอดลงชักโครก เพราะคิดว่าน้ำแรงๆ จะช่วยชะล้างไปได้ แต่ความจริงแล้ว ไขมันเหล่านี้เมื่อเจอความเย็นในท่อระบายน้ำ จะจับตัวเป็นก้อนแข็งเกาะตามผนังท่อ นานวันเข้าจะสะสมจนทำให้ท่อตีบตัน และแก้ยากมากถึงขั้นต้องรื้อระบบท่อใหม่
2. น้ำผสมผงซักฟอกหรือน้ำยาฟอกขาว
การเทน้ำซักผ้าทิ้งลงชักโครกดูเหมือนเป็นการประหยัดน้ำในการราดส้วม แต่สารเคมีในผงซักฟอกและน้ำยาฟอกขาวที่มีฤทธิ์รุนแรง จะไปทำลาย "จุลินทรีย์" ในถังบำบัด (ถังแซท) ซึ่งมีหน้าที่ย่อยสลายของเสีย เมื่อจุลินทรีย์ตาย ระบบย่อยสลายจะล้มเหลว ทำให้ส้วมเต็มเร็วและส่งกลิ่นเหม็นย้อนกลับมา
3. น้ำร้อนจัดหรือน้ำเดือด
ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าการเทน้ำร้อนลงไปจะช่วยละลายไขมันหรือฆ่าเชื้อโรค อาจทำให้คุณต้องซ่อมบ้านครั้งใหญ่ เพราะท่อระบายน้ำส่วนใหญ่ทำจาก PVC ซึ่งทนความร้อนได้จำกัด หากเจอน้ำเดือดเกิน 60-70 องศาเซลเซียส ท่ออาจบิดเบี้ยว เสียรูป หรือแตกร้าวได้ รวมถึงตัวโถสุขภัณฑ์เซรามิกก็อาจร้าวจากการเปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหัน
4. น้ำล้างจานและเศษอาหาร
น้ำซาวข้าว น้ำล้างผัก หรือน้ำซุปที่มีเศษอาหารปนอยู่ แม้จะดูเป็นชิ้นเล็กๆ แต่แป้งและกากใยเหล่านี้สามารถตกตะกอนและหมักหมมในถังบำบัดได้ นอกจากจะทำให้เกิดก๊าซพิษและกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว คราบแป้งยังมีความเหนียวที่อาจไปเกาะติดท่อร่วมกับสิ่งสกปรกอื่นๆ จนเกิดการอุดตันได้ง่าย
5. น้ำทิ้งจากงานช่าง (สีและปูน)
น้ำล้างแปรงทาสี น้ำปูน หรือเศษวัสดุก่อสร้าง คือสิ่งที่ "ห้ามเท" ลงชักโครกเด็ดขาดที่สุด เพราะสารพวกนี้ (โดยเฉพาะปูน) เมื่อเซตตัวแล้วจะแข็งเหมือนหิน หากไปแข็งตัวในคอห่านหรือท่อระบายน้ำ จะทำให้เกิดการอุดตันถาวรที่ไม่สามารถทะลวงออกได้ ต้องทุบทิ้งและเดินท่อใหม่เท่านั้น
6. สารเคมีอันตราย
ยาฆ่าแมลง น้ำมันเครื่อง น้ำยาทำความสะอาดอุตสาหกรรม หรือตัวทำละลายต่างๆ ไม่ควรทิ้งลงชักโครก เพราะนอกจากจะทำลายระบบนิเวศในถังบำบัดแล้ว สารเคมีบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากันจนเกิดก๊าซพิษระเหยขึ้นมา หรือกัดกร่อนท่อระบายน้ำจนเสียหายได้
7. กรดรุนแรงหรือน้ำเกลือเข้มข้น
การใช้น้ำกรดรุนแรงหรือน้ำเกลือเข้มข้นราดเพื่อทำความสะอาด อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะฤทธิ์กัดกร่อนจะทำลายยาแนวและผิวหน้าของโถสุขภัณฑ์ให้สากด้าน ทำให้คราบสกปรกเกาะง่ายขึ้นกว่าเดิม และแน่นอนว่ามันทำลายจุลินทรีย์ในบ่อเกรอะจนเหี้ยนเตียน
ข้อแนะนำเพื่อยืดอายุการใช้งานชักโครก
เพื่อให้ระบบสุขาภิบาลในบ้านใช้งานได้ยาวนาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้:
- แยกขยะก่อนเท: กรองเศษอาหารและไขมันใส่ถุงขยะทิ้งแยกต่างหาก
- ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่เหมาะสม: เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายจุลินทรีย์ หรือใช้จุลินทรีย์ผงเติมลงในโถส้วมบ้างเป็นครั้งคราว
- อย่าทิ้งขยะชิ้นใหญ่: ผ้าอนามัย ทิชชู่เปียก ถุงยางอนามัย หรือเส้นผม เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ส้วมตัน
สรุปแล้ว ชักโครกถูกออกแบบมาเพื่อรองรับของเสียจากการขับถ่ายและกระดาษชำระที่ย่อยสลายได้เท่านั้น การ "มักง่าย" เพียงครั้งเดียว อาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่บานปลาย ดังนั้น ทิ้งให้ถูกที่ ดีต่อบ้านและกระเป๋าเงินของคุณที่สุด
- หลังใช้เครื่องซักผ้า ควรปิดหรือเปิด “ฝาถัง” สรุปหลายบ้านทำผิด เสี่ยงแบคทีเรียที่แพร่พันธุ์!
- หลายบ้านไม่รู้! เตือนผัก 5 ชนิด “อย่าใส่ตู้เย็น” อาจปล่อยสารเป็นพิษต่อตับ แถมเสี่ยงก่อมะเร็ง

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี