พืชมหัศจรรย์ อยู่มา 270 ล้านปี จากอาหารไดโนเสาร์ สู่ยาอายุวัฒนะของมนุษย์

พืชมหัศจรรย์ ประวัติศาสตร์ยาวนาน 270 ล้านปี จากอาหารไดโนเสาร์ สู่ยาอายุวัฒนะของมนุษย์
เมื่อพูดถึง "แปะก๊วย" (Ginkgo biloba) หลายคนอาจนึกถึงสมุนไพรจีนหรือขนมหวานแสนอร่อย แต่รู้หรือไม่ว่าพืชชนิดนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 270 ล้านปี เรียกว่าอยู่มาตั้งแต่ยุคเดียวกับไดโนเสาร์ จนได้รับฉายาว่า "ฟอสซิลมีชีวิต" ในปัจจุบันถือว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ที่สวยงามทั้งรูปลักษณ์และสรรพคุณ
จากยุคไดโนเสาร์สู่ "ฟอสซิลมีชีวิต"
แปะก๊วยถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคเพอร์เมียน (Permian) หรือประมาณ 270-300 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์เริ่มปรากฏตัวบนโลก แปะก๊วยจึงเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินพืช ในอดีตพืชกลุ่มนี้มีความหลากหลายมาก แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ญาติๆ ของมันได้สูญพันธุ์ไปจนหมด เหลือเพียง Ginkgo biloba สายพันธุ์เดียวที่ยังคงอยู่
ความน่าทึ่งคือ ลักษณะของต้นแปะก๊วยในปัจจุบันแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากบรรพบุรุษในยุคดึกดำบรรพ์เลย การที่มันสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ข้ามกาลเวลามาได้อย่างยาวนาน ทำให้มันถูกขนานนามว่าเป็น ฟอสซิลมีชีวิต (Living Fossil) ที่ยังหลงเหลือให้เราได้เห็นและสัมผัสได้จริง

ตำนานต้นแปะก๊วยพันปี ความงดงามแห่งแดนมังกร
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแปะก๊วยคือ "ความอายุยืน" ในประเทศจีนมีต้นแปะก๊วยโบราณหลายต้นที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี บางต้นอาจมีอายุถึง 3,000 ปีเลยทีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการปรับตัวอันยอดเยี่ยมของพืชชนิดนี้
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) ต้นแปะก๊วยเหล่านี้จะเปลี่ยนสีผลัดใบพร้อมกัน จนกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามทั่วทั้งต้น พื้นดินรอบโคนต้นจะถูกปูพรมด้วยใบไม้สีทองดุจมหาสมุทรสีเหลือง สร้างทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาดและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ไปเยี่ยมชม
ใบแป๊ะก๊วยมีลักษณะคล้ายใบพัด แยกออกเป็น 2 กลีบ พบว่ามีการนำเข้าไปปลูกในประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาพุทธนิกายเซน เมื่อประมาณ ช่วงราว ค.ศ. 1300 มีลักษณะพิเศษคือจะผลัดใบไม่พร้อมกันทุกต้น แต่เมื่อผลัดใบ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้วร่วงหล่นทั้งต้นภายในไม่กี่วัน
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
การแยกเพศต้นแปะก๊วย
ธรรมชาติของแปะก๊วยมีการแบ่งแยกเพศชัดเจนระหว่าง "ต้นตัวผู้" และ "ต้นตัวเมีย" โดยต้นตัวเมียจะออกผลสีเหลือง ซึ่งเมื่อสุกงอมจะปล่อยกลิ่นเหม็นรุนแรง คล้ายกลิ่นของเน่าเสีย เนื่องจากการย่อยสลายของสารเคมีภายในเมล็ด
ด้วยเหตุนี้ ในการจัดสวนสาธารณะหรือปลูกเพื่อความสวยงาม จึงนิยมปลูก "ต้นตัวผู้" มากกว่า เพราะไม่มีผลร่วงหล่นส่งกลิ่นรบกวน ทำให้ผู้คนสามารถชื่นชมใบรูปพัดสีเหลืองทองได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์
ผลแปะก๊วยมีกลิ่นเหม็น
สุดยอดสมุนไพรบำรุงสมองและระบบไหลเวียนเลือด
ชาวจีนเชื่อว่าแปะก๊วยเป็น "ยาอายุวัฒนะ" มาอย่างยาวนาน และในปัจจุบันวงการแพทย์ทั่วโลกต่างยอมรับสรรพคุณของสารสกัดจากใบแปะก๊วย โดยเฉพาะสารกลุ่ม Flavonoids และ Terpenoids ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีประโยชน์หลักๆ ดังนี้:
- บำรุงสมองและความจำ: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง ป้องกันอาการหลงลืมและลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer disease)
- กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต: ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปสู่ปลายมือและปลายเท้าได้ดีขึ้น ลดอาการชาจากการขาดเลือด
- ต้านโรคซึมเศร้า: ช่วยปรับสมดุลการทำงานของสมองในผู้สูงอายุ
เพื่อให้ร่างกายนำสารสำคัญไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยมารวมกับ Phospholipids ในรูปแบบที่เรียกว่า Phytosome เทคโนโลยีนี้ช่วยให้การดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กทำได้ดียิ่งขึ้น แปะก๊วยจึงเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการดูแลสุขภาพสมองของผู้คนในยุคนี้

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
