รู้หรือไม่? สัญญาณขอความช่วยเหลือ SOS ไม่ได้ย่อมาจากอะไรเลย

รู้หรือไม่? SOS ไม่ได้ย่อมาจากอะไรเลย หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด
หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า SOS ในฐานะสัญญาณขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน และมักเข้าใจผิดว่าคำนี้ย่อมาจากประโยคภาษาอังกฤษอย่าง "Save Our Souls" หรือ "Save Our Ship" แต่ความจริงแล้วคำนี้ไม่ได้ย่อมาจากประโยคใดเลย บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว SOS มีที่มาอย่างไร และทำไมถึงต้องใช้รหัสนี้
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของ SOS
เป็นเรื่องปกติที่คนส่วนใหญ่จะพยายามหาความหมายของคำย่อต่างๆ ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า SOS ย่อมาจากคำเต็ม เช่น Save Our Souls (ช่วยชีวิตวิญญาณของพวกเรา) หรือ Save Our Ship (ช่วยเรือของพวกเรา) แต่ในความเป็นจริง SOS ไม่ได้เป็นคำย่อ และไม่มีความหมายในตัวเองแต่อย่างใด
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
กำเนิดสัญญาณ SOS และรหัสมอร์ส
ต้นกำเนิดของ SOS มาจากการสื่อสารทางวิทยุโทรเลข หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ รหัสมอร์ส (Morse Code) ในอดีตการสื่อสารทางทะเลมีความสับสนเพราะแต่ละประเทศใช้รหัสขอความช่วยเหลือต่างกัน เช่น อังกฤษใช้ CQD ส่วนเยอรมนีใช้ SOE
ในปี ค.ศ. 1906 ในการประชุมวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน จึงมีการตกลงให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยสาเหตุที่เลือก "SOS" เพราะความง่ายในการส่งสัญญาณรหัสมอร์ส ดังนี้:
- S แทนด้วย จุดสามจุด (...)
- O แทนด้วย ขีดสามขีด (---)
เมื่อรวมกันเป็น ... --- ... (จุดสาม-ขีดสาม-จุดสาม) จึงเป็นสัญญาณที่จดจำง่ายที่สุด ส่งได้รวดเร็ว และมีความโดดเด่นชัดเจน แยกแยะออกจากสัญญาณรบกวนอื่นๆ ได้ดีกว่ารหัสเดิมอย่าง CQD
ตำนานไททานิก จุดเปลี่ยนสู่การยอมรับ
แม้จะมีการกำหนดใช้ SOS ตั้งแต่ปี 1906 แต่ในช่วงแรกก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมเรือ RMS Titanic ชนภูเขาน้ำแข็งในปี 1912 เจ้าหน้าที่วิทยุบนเรือได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือทั้งแบบเก่า (CQD) และแบบใหม่ (SOS) สลับกันไป
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สัญญาณ SOS กลายเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก จนกลายเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น หากใครถามว่า SOS ย่อมาจากอะไร คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ "ไม่ได้ย่อมาจากอะไรเลย" เป็นเพียงรหัสที่ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและความรวดเร็วในการสื่อสารเท่านั้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี