จริงหรือไม่? "รัชกาลที่ 1" ทรงโปรด "รัชกาลที่ 3" ผู้เป็นหลาน เพราะมีพระพักตร์คล้ายกัน?

จริงหรือไม่? "รัชกาลที่ 1" ทรงโปรด "รัชกาลที่ 3" ผู้เป็นหลาน เพราะมีพระพักตร์คล้ายกัน?

จริงหรือไม่? "รัชกาลที่ 1" ทรงโปรด "รัชกาลที่ 3" ผู้เป็นหลาน เพราะมีพระพักตร์คล้ายกัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มีข้อสงสัยกันบ่อยว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงเป็น พระราชนัดดาองค์โปรด ของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) จริงหรือไม่?

โดยเฉพาะคำบอกเล่าที่ว่าพระองค์ทรงมีพระพักตร์ละม้ายคล้ายคลึงกับพระอัยกาอย่างมาก ทำให้เป็นที่รักใคร่เอ็นดูมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนกลายเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ถูกกล่าวถึงเรื่อยมา

พระราชประวัติและพระชาติกาลของรัชกาลที่ 3

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2331 (จารีตถือเป็น พ.ศ. 2330) ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงเป็นพระราชโอรสของ กรมหลวงอิศรสุนทร ซึ่งต่อมาคือรัชกาลที่ 2 กับ เจ้าจอมมารดาเรียม เมื่อแรกประสูติได้รับพระนามว่า “หม่อมเจ้าชายทับ” และทรงเจริญพระชนม์ภายใต้พระอุปถัมภ์ของพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ใกล้ชิดราชสำนักอย่างมาก

ตามคำบอกเล่าที่สืบกันมา หม่อมเจ้าชายทับ ทรงเป็นที่โปรดปรานของพระอัยกา คือรัชกาลที่ 1 เนื่องจากมีพระพักตร์คล้ายคลึงกับพระองค์ ประกอบกับเป็นพระราชนัดดาพระองค์ใหญ่ จึงมักถูกเอาชื่อมากล่าวถึงในฐานะ “หลานรักในราชสำนัก”

1764742088059

พิธีโสกันต์และการยกฐานะตามลำดับชั้น

เมื่อ หม่อมเจ้าชายทับ มีพระชนมายุถึงกำหนดไว้พระเมาฬี (ไว้จุก) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดเกล้าฯ ให้เข้าพระราชพิธีโสกันต์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งสะท้อนถึงการได้รับความสำคัญในราชสำนักตั้งแต่วัยเยาว์

ต่อมาในปีพ.ศ. 2349 เมื่อ กรมหลวงอิศรสุนทร ได้รับอุปราชาภิเษกขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล บรรดาพระโอรส-พระธิดาของพระองค์ล้วนได้รับการยกพระอิสริยยศขึ้นเป็นพระองค์เจ้า รวมถึงหม่อมเจ้าชายทับที่กลายเป็น “พระองค์เจ้าชายทับ

หลังจากรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคตในปีพ.ศ. 2352 และ กรมหลวงอิศรสุนทร เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 2 พระองค์เจ้าชายทับ ก็ได้รับการยกพระอิสริยยศอีกครั้ง เป็น “พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าชายทับ” ก่อนจะได้รับการสถาปนาเป็น “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” ในปีพ.ศ. 2356 พร้อมพระตำแหน่งสำคัญหลายกรมทั้งด้านการคลัง การต่างประเทศ และราชการงานเมือง ทำให้ทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างสูง

เป็น “หลานรักรัชกาลที่ 1” จริงหรือ?

แม้จะมีคำบอกเล่าเรื่องความเป็น “องค์โปรด” แต่ ไม่มีหลักฐานเอกสารใดระบุอย่างชัดเจน ว่ารัชกาลที่ 1 ทรงโปรดปรานพระราชนัดดาพระองค์นี้เป็นพิเศษ

ทว่าเส้นทางพระราชภารกิจในวัยหนุ่มของรัชกาลที่ 3 และความไว้วางพระราชหฤทัยจากรัชกาลที่ 2 บ่งชี้ว่าพระองค์มีความสามารถโดดเด่นและได้รับเกียรติยศสูงตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์

1764742068751

ทำไมพระพักตร์ของทั้งสองพระองค์จึง “คล้ายกัน”?

ความคล้ายคลึงกันของพระบรมฉายาลักษณ์ที่หลายคนสังเกตได้ มีที่มาจากกระบวนการ “สร้างพระบรมรูปหล่อ” ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมรูปของรัชกาลที่ 1 ถึง 4 รวมทั้งพระองค์เอง

อย่างไรก็ตาม เกิดปัญหาสำคัญคือ แทบไม่มีผู้ใดหลงเหลืออยู่ที่เคยเห็นพระพักตร์รัชกาลที่ 1 ทำให้การปั้นต้องอ้างอิงจากคำบอกเล่าจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่เพียง 4 คน ได้แก่

  • สมเด็จพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี)

  • เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (บุญศรี บุรณสิริ)

  • พระองค์เจ้าปุก (พระธิดาในรัชกาลที่ 2)

  • เจ้าพระยาธรรมา (มั่ง)

ขณะที่พระบรมรูปของรัชกาลต่อๆมา มีหลักฐานและความทรงจำของผู้คนมากกว่า ส่งผลให้ลักษณะพระพักตร์ของรัชกาลที่ 1 ในงานศิลป์ยุคนั้นมีความเป็น “แบบแผนร่วม” จนทำให้ ภาพลักษณ์ของรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3 ดูคล้ายกันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

บทสรุป

กล่าวโดยสรุป ความเชื่อว่ารัชกาลที่ 3 เป็นพระราชนัดดาองค์โปรดของรัชกาลที่ 1 ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่ข้อเท็จจริงด้านพระราชประวัติชี้ว่า พระองค์ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักสูงมากตั้งแต่วัยเยาว์

ส่วนเหตุผลเรื่อง “พระพักตร์คล้ายกัน” ที่ทำให้เกิดคำบอกเล่าดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างพระบรมรูปในยุครัชกาลที่ 5 ที่ต้องอาศัยการตีความจากข้อมูลจำกัด จึงทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งสองพระองค์มีความละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างที่รับรู้กันจนถึงปัจจุบัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล