ทนายสายหยุด ชี้ "จุดผิดสังเกต" คดี "นานา ไรบีนา" อดคิดไม่ได้ คอนเทนต์หรือเปล่า?

ทนายสายหยุด ชี้ "จุดผิดสังเกต" คดี "นานา ไรบีนา" อดคิดไม่ได้ คอนเทนต์หรือเปล่า?

ทนายสายหยุด ชี้ "จุดผิดสังเกต" คดี "นานา ไรบีนา" อดคิดไม่ได้ คอนเทนต์หรือเปล่า?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทนายสายหยุด ตั้งข้อสังเกต คดี "นานา ไรบีนา" พาไปมอบตัวไม่รับ กลับบุกจับคาบ้าน หวังผลงานหรือไม่?

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมคนดังอย่าง "นานา ไรบีนา" คาบ้านพัก ในคดีฉ้อโกงประชาชน ท่ามกลางความสงสัยของ "ทนายสายหยุด" ทนายความส่วนตัว ที่ออกมาตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า เหตุใดจึงไม่รับมอบตัวตั้งแต่แรก แต่กลับเลือกที่จะไปขอหมายจับและนำกำลังเข้าจับกุมในภายหลัง หรือนี่จะเป็นการ "ทำคอนเทนต์" เพื่อหวังผลงาน?

บุกรวบคาบ้านพักย่านพระโขนง

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พ.ต.อ.กริช วรทัต ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นานา ไรบีนา อายุ 45 ปี ที่บ้านพักย่านพระโขนง กรุงเทพมหานคร การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฉ้อโกง และความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อนจะคุมตัวไปสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ทนายสายหยุดคาใจ "พามามอบตัวทำไมไม่รับ?"

ภายหลังการจับกุม นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความของนานา ได้เปิดเผยถึงประเด็นที่น่าสงสัยว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตนได้พาตัวคุณนานาเดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อรอมอบตัว แสดงเจตนาบริสุทธิ์ว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทนายสายหยุดระบุว่า ในวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. กลับบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมรับมอบตัว แต่ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม กลับไปดำเนินการขอออกหมายจับ และนำมาสู่การนำกำลังกว่า 10 นายเข้าบุกจับกุมในวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่เกินความจำเป็นและเสียเวลาราชการ เพราะผู้ต้องหาแสดงเจตนาจะมอบตัวอยู่แล้ว จึงอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการหวังผลงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่

เปิดเบื้องต้นพฤติการณ์คดี "กู้ยืมเงิน"

สำหรับรายละเอียดทางคดี ทนายสายหยุดชี้แจงเบื้องต้นว่า คดีนี้มีลักษณะเป็นการขอกู้ยืมเงินจากบุคคลหลายคน โดยมีการสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่สุดท้ายไม่สามารถจ่ายคืนได้ตามสัญญา ซึ่งทนายความยืนยันว่ารูปแบบคดี "ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่" และมีความแตกต่างจากคดีดังอย่าง "ดิไอคอน" ที่เป็นการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ในส่วนของยอดความเสียหายที่มีข่าวลือว่าสูงถึง 400 ล้านบาทนั้น ทนายความยืนยันว่าเป็นตัวเลขที่เกินจริง เพราะเงินที่กู้ยืมมาได้ถูกนำไปหมุนเวียนจ่ายดอกเบี้ย ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อชี้แจง

ยื่นประกันตัว 5 แสนบาท ลุ้นฝากขัง

เบื้องต้นทางทนายความได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ 500,000 บาท เพื่อยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งหลังจากขั้นตอนการลงบันทึกจับกุมและสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลในวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ ทนายสายหยุดเผยว่า ลูกความมีความกังวลใจตามปกติของผู้ที่ไม่เคยต้องคดี โดยเฉพาะความเป็นห่วงเรื่องลูกและผลกระทบเรื่องงาน แต่ทางทีมทนายจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเต็มที่ต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล