อย่าโทษแต่ "ผงชูรส" กินข้าวนอกบ้านแล้วคอแห้ง ตัวการจริงคือสิ่งนี้!

อย่าโทษแต่ "ผงชูรส" กินข้าวนอกบ้านแล้วคอแห้ง ตัวการจริงคือสิ่งนี้!

อย่าโทษแต่ "ผงชูรส" กินข้าวนอกบ้านแล้วคอแห้ง ตัวการจริงคือสิ่งนี้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กินข้าวนอกบ้านแล้วคอแห้ง อย่าโทษแต่ "ผงชูรส" ตัวการจริงคือสิ่งนี้!

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจออาการนี้ กินข้าวนอกบ้านทีไร สักพักจะรู้สึกหิวน้ำมาก คอแห้งผาก จนต้องดื่มน้ำตามเป็นลิตร หลายคนมักปักใจเชื่อทันทีว่าเป็นเพราะร้านใส่ "ผงชูรส" เยอะเกินไปแน่ๆ แต่ความจริงแล้ว ผู้ร้ายตัวจริงอาจไม่ใช่ผงชูรสเพียงอย่างเดียว แต่คือปริมาณ "โซเดียม" มหาศาลที่แฝงมาในจานโปรดของคุณ

โซเดียมพุ่งปรี๊ด! สาเหตุที่แท้จริงของอาการคอแห้ง

นักโภชนาการ กู้ ฉวนหลิง กรรมการสมาคมโภชนาการเพื่อสุขภาพและอาหารเพื่อสุขภาพแห่งนครปักกิ่ง ระบุว่า อาการหิวน้ำหลังมื้ออาหาร เกิดจากการที่ร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมมากเกินไป ทำให้เลือดมีความเข้มข้นสูงขึ้น สมองจึงสั่งการให้เรารู้สึกกระหายน้ำเพื่อเจือจางความเค็มในเลือด ซึ่งโซเดียมไม่ได้มาจากเกลือหรือผงชูรสเท่านั้น แต่ยังมาจากการปรุงรสที่ซับซ้อน ทั้งซีอิ๊ว น้ำมันหอย ผงปรุงรส และซอสต่างๆ ที่ประดังเข้ามาในจานเดียว

นอกจากนี้ ปัจจัยเสริมอย่างอาหารรสเผ็ดจัด ของทอด แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่การนั่งในห้องแอร์ที่อากาศแห้ง ล้วนเร่งให้ร่างกายสูญเสียน้ำและกระตุ้นความกระหายให้รุนแรงยิ่งขึ้น

กลลวงรสชาติ ทำไมลิ้นไม่รู้สึกว่าเค็ม?

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงกินโซเดียมเข้าไปเยอะขนาดนั้นโดยไม่รู้ตัว? คำตอบคือ "การกลบกลิ่นรส" เชฟมักใช้เทคนิคการปรุงรสที่ซับซ้อน โดยใช้น้ำตาลและความเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูมาตัดรสเค็ม ทำให้รสชาติกลมกล่อมจนลิ้นเราจับไม่ได้ว่าอาหารจานนั้นเค็มแค่ไหน

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้วัตถุดิบที่ผ่านการหมักมาแล้ว หรือเนื้อสัตว์แปรรูปอย่าง แฮม ไส้กรอก กุนเชียง ยิ่งเป็นการเพิ่ม "โซเดียมแฝง" เข้าไปอีกทาง ทำให้อาหารหนึ่งจานอาจมีโซเดียมทะลุเกณฑ์ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน (ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม) ไปไกลลิบ

ผงชูรสคืออะไร?

MSG เป็นสารประกอบที่ได้จากกรดกลูตามิก (Glutamic Acid) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ ชีส และสาหร่าย ถูกแยกและระบุรสชาติอูมามิโดยนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น "คิคูนาเอะ อิเคดะ" ในปี 1908

ผงชูรสมักได้จากการ หมักคาร์โบไฮเดรต เช่น น้ำอ้อย กากน้ำตาล หรือหัวบีท และถึงแม้จะได้จากกระบวนการผลิต แต่ไม่มีความแตกต่างทางเคมี ระหว่างกรดกลูตามิกจากธรรมชาติและจากผงชูรส ร่างกายไม่สามารถแยกแยะได้

หน้าที่หลัก ของผงชูรสคือช่วยเพิ่มรสชาติในอาหาร โดยเฉพาะอาหารคาว อาหารกระป๋อง ซุป ขนมขบเคี้ยว และอาหารแปรรูปต่าง ๆ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) จัดให้ผงชูรสเป็นสารที่ “ปลอดภัยโดยทั่วไป” (Generally Recognized as Safe – GRAS) 

ประโยชน์ของผงชูรส

1.เพิ่มรสชาติและกระตุ้นความอยากอาหาร

ผงชูรสช่วยให้รสชาติอาหารเข้มข้นขึ้น ทำให้บางคนทานอาหารได้มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความอยากอาหารลดลงเพราะต่อมรับรู้รสชาติเสื่อมถอยลง 

ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะอาหารฝ่อ หรือต่อมน้ำลายทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการน้ำลายแห้ง และเบื่ออาหาร การเพิ่มรสชาติอูมามิผ่านผงชูรสลงไปในอาหาร จึงช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้ผู้ป่วยทานอาหารได้มากขึ้น ทานอาหารได้อร่อยขึ้นฃ

2.ลดโซเดียมในอาหาร

ผงชูรสมีโซเดียมน้อยกว่าเกลือทั่วไปถึง 1 ใน 3 ดังนั้นจึงช่วยลดปริมาณเกลือโดยรวมในอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมโซเดียม

ในการใช้งานจริงต่อวัน ปริมาณโซเดียมจากผงชูรสคิดเป็นเพียง 1 ใน 20–30 ของโซเดียมทั้งหมดในอาหาร จึงไม่ใช่ต้นเหตุหลักที่ทำให้เราได้รับโซเดียมมากเกินไป

ที่น่าสนใจคือ ผงชูรสยังช่วยลดการบริโภคโซเดียมทางอ้อม ได้อีกด้วย เนื่องจากเวลาที่เราพยายามลดเกลือหรือเครื่องปรุงอื่น ๆ มักจะรู้สึกว่าอาหารจืด ไม่อร่อย แต่ผงชูรสมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นต่อมรับรส ทำให้รับรู้รสชาติได้ไวขึ้น แม้ใส่เพียงเล็กน้อยก็ยังช่วยให้ อาหารที่ลดเค็มยังอร่อยอยู่ และสามารถลดโซเดียมลงได้ถึง 20–30% โดยไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของรสชาติ

มีงานวิจัยในปี 1998 ที่ทดลองให้วัยรุ่นอเมริกันชิมซุปไก่ 4 สูตร โดยมีระดับเกลือแตกต่างกัน พบว่า ซุปที่ใส่ผงชูรสแม้จะมีเกลือน้อย แต่กลับได้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมน่าทานกว่า เมื่อเทียบกับซุปที่ใส่เกลือในปริมาณเท่ากัน แสดงให้เห็นว่า ผงชูรสสามารถช่วยลดการใช้เครื่องปรุงอื่น ๆ ได้จริง โดยไม่กระทบต่อรสชาติอาหาร

 

5 เทคนิคกินข้าวนอกบ้าน ไม่ให้ตัวบวมและคอแห้ง

หากเลี่ยงการกินนอกบ้านไม่ได้ ลองนำ 5 วิธีนี้ไปปรับใช้ เพื่อลดปริมาณโซเดียมที่จะเข้าสู่ร่างกาย:

  • เน้นเมนูปรุงน้อย: เลือกวิธีปรุงแบบ ต้ม นึ่ง ลวก (เช่น ไก่ต้ม, ปลานึ่ง) แทนการผัดหรือทอดที่โชกโชนไปด้วยซอสปรุงรส และอย่าลืมสั่ง "ลดเค็ม/ลดผงชูรส" ทุกครั้ง
  • เลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป: พยายามงดเว้นเมนูที่มี หมูยอ กุนเชียง ไส้กรอก หรือของหมักดอง เพราะวัตถุดิบเหล่านี้มีเกลือสูงมากตั้งแต่ยังไม่เริ่มปรุง
  • ระวังกับดัก "เปรี้ยวหวาน": เมนูจำพวกผัดเปรี้ยวหวาน หรือยำรสจัด มักใส่น้ำตาลและน้ำปลาเยอะเพื่อกลบรสกันและกัน ทางที่ดีควรเลี่ยงเมนูที่รสชาติจัดจ้านเกินไป
  • ทานคู่ข้าวสวย: เลือกข้าวสวยหรือข้าวไม่ขัดสี แทนข้าวผัดหรือบะหมี่คลุกซอส เพื่อลดการได้รับโซเดียมซ้ำซ้อนจากแป้งที่ปรุงรสมาแล้ว
  • สูตร 3 เลี่ยง 1 เพิ่ม: เลี่ยงซดน้ำซุปจนหมดชาม, เลี่ยงการจิ้มน้ำจิ้มเยอะๆ, เลี่ยงการเอาน้ำราดข้าว และ "เพิ่ม" การกินผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง (เช่น ฝรั่ง กล้วย แก้วมังกร) เพื่อช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกาย

การกินข้าวนอกบ้านไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องรู้เท่าทันภัยเงียบจากโซเดียม การปรับพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อย เช่น ลดการปรุงเพิ่ม หรือลดการซดน้ำซุป ก็ช่วยถนอมไตและลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้ในระยะยาว

เข้าใจใหม่! "ผงชูรส" ไม่ใช่ผู้ร้าย ประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้ เฉลยเครื่องปรุงที่ร้ายกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล