เด็กกินสับปะรด เลือดไหลเต็มลิ้น เพราะอะไร? หมอเฉลยแล้ว ไม่ได้แพ้ แต่มักเกิดในเด็ก

เด็กกินสับปะรด เลือดไหลเต็มลิ้น เพราะอะไร? หมอเฉลยแล้ว ไม่ได้แพ้ แต่มักเกิดในเด็ก

เด็กกินสับปะรด เลือดไหลเต็มลิ้น เพราะอะไร? หมอเฉลยแล้ว ไม่ได้แพ้ แต่มักเกิดในเด็ก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมอไขข้อสงสัย เด็กกินสับปะรดแล้วลิ้นเลือดออก พร้อมแนะวิธีดูแลเบื้องต้น

จากกรณีผู้ใช้โซเชียลแชร์ประสบการณ์ลูกกินสับปะรดแล้วพบว่ามีเลือดซึมบริเวณลิ้น จนเกิดความกังวลว่าบุตรหลานอาจแพ้ผลไม้ ล่าสุดเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ออกมาอธิบายถึงสาเหตุ พร้อมแนวทางการดูแลเบื้องต้น โดยยืนยันว่าอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการแพ้เสมอไป แต่เกิดจากกลไกในผลไม้ชนิดนี้เอง...

 

ทำไมกินสับปะรดแล้วลิ้นถึงเลือดออก?

หมออธิบายว่าอาการลิ้นถลอกหรือมีเลือดซึมหลังรับประทานสับปะรดเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1. เอนไซม์ Bromelain
สับปะรดมีเอนไซม์ย่อยโปรตีนที่เรียกว่า Bromelain เมื่อรับประทานเข้าไปเอนไซม์สามารถย่อยโปรตีนบนผิวเยื่อบุลิ้น ทำให้เกิดการกัดเซลล์ผิวบางๆ จนเป็นรอยถลอก ยิ่งกินมากหรือกินต่อเนื่อง แผลอาจมากขึ้นและมีเลือดซึมได้

2. ความเป็นกรดสูงของผลไม้
สับปะรดมีความเป็นกรดค่อนข้างสูง (pH 3–4) เมื่อลิ้นถูกเอนไซม์กัดอยู่แล้ว ความเป็นกรดจะทำให้แสบร้อน บวม และอาจมีเลือดออก โดยเฉพาะในเด็กที่เยื่อบุบอบบางกว่าผู้ใหญ่

อาการที่พบได้บ่อย ไม่ได้มีแค่เลือดออก

หมอระบุว่า ในบางรายแม้ไม่มีเลือดซึม ก็อาจเกิดอาการแสบช่องปาก เพดานปาก เหงือก หรือแก้มด้านในได้ โดยเฉพาะหากมีแผลอยู่ก่อน เช่น แผลจากการกัดปากหรือแปรงฟันแรง

วิธีดูแลเบื้องต้น หากเกิดอาการเลือดซึมหรือแสบร้อน

สามารถปฐมพยาบาลได้ด้วยตนเอง ดังนี้

  • ล้างปากด้วยน้ำเปล่าเพื่อลดเอนไซม์และความเป็นกรด
  • งดสับปะรดชั่วคราว ให้แผลได้ฟื้นตัว
  • หลีกเลี่ยงอาหารร้อน เปรี้ยวหรือเค็มจัด
  • ดื่มน้ำให้มาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก
  • หากมีเลือดซึมให้ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือกดเบาๆ

แต่หากเลือดหยุดช้า บวมมาก หรือมีอาการผิดปกติ ควรพาไปพบแพทย์ทันที

สรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับสับปะรดและอาการระคายเคืองในปาก

หมอย้ำว่า สับปะรดมีทั้งกรดและเอนไซม์ย่อยโปรตีน หากรับประทานมากหรือผลยังไม่สุกดี อาจทำให้ลิ้นและเยื่อบุช่องปากเป็นแผลได้ ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง เพียงดูแลอย่างถูกวิธีก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล