รถจมน้ำท่วมหลายวัน ประกันรถยนต์ "ชั้นไหน" คุ้มครองบ้าง? เช็กเงื่อนไขก่อนเคลม!

รถจมน้ำท่วมหลายวัน ประกันรถยนต์ "ชั้นไหน" คุ้มครองบ้าง? เช็กเงื่อนไขก่อนเคลม!

รถจมน้ำท่วมหลายวัน ประกันรถยนต์ "ชั้นไหน" คุ้มครองบ้าง? เช็กเงื่อนไขก่อนเคลม!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รถจมน้ำท่วมหลายวัน ประกันรถยนต์คุ้มครองหรือไม่? (อัปเดตปี 2025)

เข้าใจผิดกันเยอะ! รถจมน้ำมิดคัน ประกันชั้น 1, 2+, 3+ จ่าย "คืนทุน" หรือ "ซ่อม"? ดูเงื่อนไขให้ชัวร์ก่อนเสียสิทธิ์

กรณีรถยนต์ถูกน้ำท่วมต่อเนื่องหลายวัน (เช่น น้ำท่วมใหญ่ ฝนตกหนักต่อเนื่อง) สามารถเคลมประกันได้ หากกรมธรรม์ของคุณมีความคุ้มครอง “ภัยธรรมชาติ” หรือ “น้ำท่วม” โดยความคุ้มครองจะแตกต่างกันตามประเภทประกันและบริษัทประกันภัย

สรุปสั้น ๆ:
ประกันชั้น 1 → คุ้มครองน้ำท่วมแน่นอน 100%
ประกันชั้น 2+, 3+ → คุ้มครองน้ำท่วม บางบริษัทเท่านั้น (ต้องเลือกเพิ่ม)
ประกันชั้น 2 และ ชั้น 3 ธรรมดา → ส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองน้ำท่วม

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองน้ำท่วม (ข้อมูลปี 2025)

ประเภทประกัน คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่? หมายเหตุ
ประกันชั้น 1 คุ้มครองเต็มรูปแบบ รวมน้ำท่วม พายุ ลูกเห็บ ทุกบริษัท
ประกันชั้น 2+ คุ้มครอง (ส่วนใหญ่) ต้องเลือกความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่ม (เช่น รู้ใจ, วิริยะ, กรุงเทพประกันภัย)
ประกันชั้น 3+ คุ้มครองบางบริษัท ต้องซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม
ประกันชั้น 2 ไม่คุ้มครอง (ส่วนใหญ่) คุ้มครองเฉพาะรถชน รถหาย ไฟไหม้
ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครอง คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี

กรณีที่ประกันจะไม่จ่าย (ยกเว้นความคุ้มครอง)

  • ขับรถลุยน้ำในพื้นที่ที่มีประกาศเตือนอย่างชัดเจน (ถือเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง)
  • น้ำท่วมจากสาเหตุที่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ เช่น ท่อประปาในบ้านแตก น้ำรั่วจากหลังคา
  • กรมธรรม์ไม่ได้ระบุความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือน้ำท่วม
  • รถมีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว (เช่น เครื่องเสียมาก่อน แล้วอ้างว่าน้ำท่วมเป็นเหตุ
  • สตาร์ทรถหรือเคลื่อนย้ายรถหลังจมน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทประกัน

ขั้นตอนเคลมประกันรถน้ำท่วม (ทำตามนี้ รับเงินแน่นอน)

  1. ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาด (เสี่ยงเครื่องพังหนักกว่าเดิม และอาจถูกปฏิเสธเคลม)
  2. ถ่ายรูป + วิดีโอ ความเสียหายให้ชัดเจน พร้อมแสดงระดับน้ำเทียบกับตัวรถ
  3. แจ้งเคลมทันที ภายใน 24–48 ชั่วโมง (โทรหาบริษัทประกันหรือสายด่วน คปภ. 1186)
  4. เตรียมเอกสาร: กรมธรรม์, เล่มทะเบียนรถ, ใบขับขี่, รูปถ่ายความเสียหาย
  5. รอสำรวจความเสียหาย (บริษัทจะใช้เกณฑ์ 5 ระดับของ คปภ. ในการประเมิน)
  6. หากซ่อมไม่คุ้ม (เสียหายเกิน 70% ของราคารถ) จะได้รับเงินตามทุนประกันเต็มจำนวน

เกณฑ์ประเมินความเสียหาย 5 ระดับของ คปภ. (ใช้จริงทุกบริษัท)
A = น้ำถึงพื้น → ซ่อมได้
B = น้ำถึงเบาะ → ซ่อมได้
C = น้ำถึงคอนโซล → ซ่อมหรือเปลี่ยนตามดุลยพินิจ
D–E = น้ำท่วมถึงหลังคา → ส่วนใหญ่คืนทุนเต็ม (Constructive Total Loss)

คำแนะนำช่วงฤดูฝน 2568–2569

  • ตรวจสอบกรมธรรม์เก่าของคุณด่วน! ว่ามีคำว่า “ภัยธรรมชาติ” หรือ “น้ำท่วม” หรือไม่
  • หากอยู่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมประจำปี ควรทำประกันชั้น 1 หรืออย่างน้อย 2+ ที่เพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วม
  • อย่าซ่อมหรือเคลื่อนย้ายรถเองก่อนได้รับอนุญาตจากบริษัทประกัน
  • ถ้าบริษัทประกันปฏิเสธหรือล่าช้า → โทร คปภ. สายด่วน 1186 (ช่วยฟรี)

ถึงแม้เราจะห้ามฟ้าฝนไม่ได้ แต่เราวางแผนรับมือได้ การมี ประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือ 2+ ที่คุ้มครองน้ำท่วมติดไว้ ก็เหมือนพกความอุ่นใจไปทุกที่ สุดท้ายนี้อย่าลืมหยิบกรมธรรม์ของคุณมาตรวจสอบให้แน่ใจว่า "ครอบคลุม" หรือไม่ หากยังไม่มี แนะนำให้รีบมองหาความคุ้มครองเพิ่มเติม เพราะเบี้ยประกันเพียงหลักพัน อาจช่วยเซฟเงินค่าซ่อมหลักแสนในกระเป๋าคุณได้เมื่อภัยมาถึงครับ

แหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (อัปเดต 2025)

  1. Roojai – ความคุ้มครองภัยธรรมชาติและน้ำท่วม
  2. วิริยะประกันภัย – เงื่อนไขประกันภัยรถยนต์
  3. เว็บไซต์ คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย)
  4. TQM Insurance Broker – บทความน้ำท่วม
  5. Thai PBS The Active – รายงานน้ำท่วมและการเคลมประกัน 2567–2568

ข้อมูลอัปเดตล่าสุด: พฤศจิกายน 2568
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถโทรปรึกษา คปภ. 1186 (ฟรี 24 ชม.)

```

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล