งูเข้าบ้านในเมืองได้อย่างไร? "เปิด 4 เส้นทางลับ" ที่งูใช้บุกอพาร์ตเมนต์และตึกสูง!

ภัยใกล้ตัวที่คนเมืองต้องรู้! งูเข้าบ้านในอพาร์ตเมนต์และตึกสูงได้อย่างไร?
ในความคิดของคนส่วนใหญ่ งูมักจะปรากฏตัวเฉพาะในเขตป่าเขาหรือพื้นที่ชนบทเท่านั้น แต่ความเป็นจริงที่น่าตกใจคือ งูสามารถเข้ามาในบ้านเรือนที่อยู่กลางเมือง หรือแม้กระทั่งอพาร์ตเมนต์และตึกสูงได้อย่างง่ายดาย ข้อมูลจากต่างประเทศยืนยันว่าปัญหานี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในเมืองใหญ่ทั่วโลก ทำให้ประชาชนต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง
สถิติเตือนภัย: เมื่อสัตว์เลื้อยคลานบุกเมือง
มีรายงานหลายกรณีที่น่าตกใจทั้งในเอเชียและตะวันตก เช่น การพบงูเหลือมยาวกว่า 1.7 เมตรในชั้นใต้ดินของอพาร์ตเมนต์ หรือกรณีที่งูโผล่ออกมาจากโถส้วมในบ้านเรือนที่สิงคโปร์และออสเตรเลีย การที่งูสามารถเดินทางมาได้ถึงใจกลางเมืองที่ทันสมัย ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า พวกมันใช้เส้นทางใดในการเข้าถึงบ้านที่สร้างอย่างมิดชิด
4 เส้นทางลับที่นำงูเข้าสู่บ้านในเมือง
แม้สภาพแวดล้อมในเมืองจะดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้งูใช้เป็นช่องทางเข้าสู่บ้านและอาคารต่าง ๆ ดังนี้:
1. การตามรอยแหล่งอาหาร
งูถูกดึงดูดด้วยเหยื่อที่เป็น "อาหารโปรด" ของพวกมัน เช่น หนูและจิ้งจก ซึ่งมักจะชุกชุมในพื้นที่ที่มีขยะ ชั้นใต้ดิน ห้องน้ำ หรือร่องอาคาร เมื่อพวกมันตามรอยเหยื่อ งูสามารถแทรกตัวผ่านช่องว่างที่เล็กมากจนคาดไม่ถึง
2. ช่องทางเดินของท่อระบายน้ำและท่อเทคนิค
งูมีความสามารถในการยืดหยุ่นลำตัว และสามารถเลื้อยลอดผ่านช่องว่างที่เล็กกว่าขนาดตัวจริงได้มาก นอกจากนี้ งูยังสามารถว่ายน้ำได้ดีในระบบท่อระบายน้ำ, ท่อระบายอากาศ, หรือช่องเดินสายไฟต่าง ๆ นี่จึงเป็นประตูทางเข้าหลักที่เชื่อมต่องูจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร
3. การใช้พื้นที่อับชื้นและมุมมืดเป็นที่ซ่อน
เมื่อพื้นที่ธรรมชาติลดลง งูจะหาที่หลบซ่อนในเขตเมือง เช่น สวนบนระเบียง, ใต้ตู้ในห้องเก็บของ, หรือบริเวณที่มีคนผ่านไปมาน้อย สถานที่เหล่านี้ตอบโจทย์ความต้องการของงูในด้านความเงียบสงบ ความชื้น และการพรางตัวได้เป็นอย่างดี
4. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากการขยายตัวของเมือง
การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วทำให้งูหลายสายพันธุ์เปลี่ยนพฤติกรรม และเริ่มย้ายเข้ามาใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้น ทำให้แม้แต่ตึกสูงก็ยังมีความเสี่ยงที่จะมีงูเข้ามา หากระบบท่อระบายน้ำหรือพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นดินไม่ได้ถูกปิดกั้นอย่างดี
- ปกติ “งูเข้าบ้าน” ตอนกลางวันหรือกลางคืน? รู้ไว้แต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เสียใจเมื่อสายไป!
- เปิดชื่อ 5 พืช "ดึงดูดหนู" ขนลุกเลย! เพราะหลายครอบครัวปลูก เชื้อเชิญมันเข้าบ้านไม่รู้ตัว
แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัยเมื่อพบงู
ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยสัตว์ทั่วโลกย้ำตรงกันว่า สิ่งที่อันตรายที่สุดเมื่อเจองูคือ ปฏิกิริยาที่ผิดพลาดของมนุษย์ การรับมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด:
- ตั้งสติและรักษาระยะห่าง: ยืนห่างจากงูอย่างน้อย 2–3 เมตร ห้ามส่งเสียงดัง หรือพยายามไล่ด้วยตัวเอง เพราะจะกระตุ้นให้งูป้องกันตัว
- แยกงูให้อยู่ในพื้นที่เดียว: หากงูอยู่ในห้อง ให้ค่อย ๆ ปิดประตู และยัดผ้าขนหนูตรงร่องประตู เพื่อป้องกันไม่ให้งูเลื้อยไปยังส่วนอื่นของบ้าน
- ห้ามจับหรือฆ่างูเด็ดขาด: การพยายามจับหรือฆ่างูคือสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกงูกัด งูมีพิษหลายชนิด โดยเฉพาะงูวัยอ่อนนั้นยากต่อการแยกแยะด้วยตาเปล่า
- โทรเรียกหน่วยงานมืออาชีพ: ในประเทศไทยให้โทรติดต่อ 199 เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ พวกเขาเป็นผู้ที่มีอุปกรณ์และทักษะในการจับงูที่เหมาะสมที่สุด
- ห้ามใช้น้ำร้อนหรือสารเคมีไล่: วิธีการเหล่านี้อาจไม่เป็นผล แถมยังอาจกระตุ้นให้งูยิ่งตกใจหรือก่อให้เกิดอันตรายอื่น ๆ ได้
มาตรการป้องกันบ้านจากงูในระยะยาว
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำลายเส้นทางที่งูจะใช้เข้ามาในบ้าน:
- อุดช่องว่าง: ตรวจสอบและปิดร่องประตู หน้าต่าง และรูรั่วตามผนังให้สนิท
- ติดตั้งตาข่าย: ติดตาข่ายกันแมลงหรือตาข่ายกันงูที่รูระบายน้ำ หรือท่อระบายอากาศที่เชื่อมต่อกับภายนอก
- จัดการสิ่งแวดล้อม: ทำความสะอาดมุมมืดใต้ตู้หรือห้องเก็บของ ควบคุมจำนวนหนูในบ้าน และหลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้รกทึบใกล้ประตูหรือระเบียง
สรุปภัยใกล้ตัวที่คนเมืองต้องตระหนัก
การที่งูเข้าบ้านในเมืองไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป แต่เป็นผลลัพธ์ของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป การมีความรู้ความเข้าใจในเส้นทางที่งูใช้เข้าบ้าน รวมถึงการตั้งสติและโทรแจ้งผู้เชี่ยวชาญทันที จะช่วยให้คุณและครอบครัวรับมือกับ ภัยใกล้ตัวที่คนเมืองต้องรู้ นี้ได้อย่างปลอดภัย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี